การเมือง
"พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง" แนะรัฐเร่งอุดช่องโหว่ ไม่ระบุปริมาณ Token-ห่วงเงื่อนไขซ่อนเร้น โครงการ TH-AI Passport
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่ข้อความ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาท “วิกฤตงบประมาณกองทุนหมุนเวียน”
โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) มูลค่าสูงถึง 1,650 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งดึงเม็ดเงินมาจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังถูกสังคมโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะตั้งคำถาม และตรวจสอบอย่างหนักถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าเงินแผ่นดิน
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเปรียบเทียบกับเอกสารรายงานผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี 2566 ของกรมบัญชีกลาง พบหลักฐานที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
ปัจจุบันประเทศไทยมีกองทุนหมุนเวียนที่ถูกประเมินผลจำนวน 113 กองทุน มีสินทรัพย์รวมกันสูงกว่า 5 ล้านล้านบาท โดย กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดเป็นทุนหมุนเวียนประเภทเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมด้านดิจิทัลและระบบนิเวศไอทีของชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของภาครัฐและประชาชนส่วนรวมโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร ในลักษณะการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า
ทว่า ผลการประเมินภาพรวมโดยกรมบัญชีกลางในส่วนรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญประจำปีบัญชี 2566 “ไม่สามารถบ่งบอกความสำเร็จของแต่ละแผนงาน/โครงการได้อย่างชัดเจนตามตัวชี้วัดที่กำหนดทั้งเชิงปริมาณ/เชิงคุณภาพและเป้าหมาย”โดยได้คะแนนผลการประเมินเฉลี่ยเพียง 3.5841 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของทั้ง 113 กองทุนหมุนเวียนซึ่งอยู่ที่ 4.1733 คะแนนอย่างเห็นได้ชัด โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการจากกรมบัญชีกลางว่า “ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการที่กองทุนฯให้การสนับสนุนไม่สามารถนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพิจารณาได้”
แต่แทนที่หน่วยงานจะเร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพตามคำเตือน ขอบเขตของงานหรือ TOR โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาทที่ประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าประมูลฉบับนี้ กลับยิ่งสะท้อนปัญหางบประมาณใน 4 ประเด็นหลัก คือ
ประเด็นแรก ในข้อ 1 และ ข้อ 2.1 ซึ่งเป็นเป้าหมายโครงการ ระบุเพียงว่าต้องการให้คนไทยจำนวนอย่างน้อย 5,000,000 คน สามารถเข้าถึงและใช้งาน Generative AI ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยระบุแค่จำนวนคนและกรอบเวลา
แต่กลับจงใจไม่ระบุปริมาณ Token ซึ่งคือชิ้นส่วนที่ AI ใช้อ่านและตอบข้อความ ในทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
การถามคำถาม 1 ครั้งต้องใช้ประมวลผลหลายร้อย Token และต้องส่งไปประมวลผลที่ Data Center ที่กินไฟฟ้ามหาศาล ปริมาณ Token จึงเท่ากับต้นทุนเนื้อเงินที่รัฐต้องจ่ายจริง การที่ไม่มีการระบุและควบคุมเพดาน Token รวมขั้นต่ำไว้ในข้อใดเลย ถือเป็นเจตนาเปิดช่องโหว่เชิงโครงสร้างทางกฎหมายให้เอกชนผู้ชนะประมูลสามารถกินกำไรส่วนต่างขนาดยักษ์เข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างง่ายดายจากเงินที่แบ่งจ่ายงวดงานละ 330 ล้านบาท กลายเป็นกรณีที่รัฐอาจต้องยอมรับการส่งมอบงานกระดาษครบถ้วนตามสัญญา แต่ประชาชนกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง
ประเด็นที่สอง การเกิดเงื่อนไขซ่อนเร้นที่ดัดแปลงนิยาม งบลงทุน ให้กลายเป็นงบสันทนาการส่วนตัว เอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐเดินทางไปดูงานสันทนาการหรูหราโดยที่สังคมไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนใน TOR ถึง 3 จุด คือ
-จุดแรก ข้อ 4.4.1.4 บังคับให้บริษัทเอกชนผู้ชนะประมูลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สถานที่จริงของเจ้าของผลิตภัณฑ์ ให้เจ้าหน้าที่ สดช. ไม่น้อยกว่า 10 คน บินลัดฟ้าสู่สหรัฐอเมริกาหรือยุโรป มูลค่าสูงถึง 3-5 ล้านบาท โดยไม่มีการระบุผลงานส่งมอบองค์ความรู้ใด ๆ กลับคืนมาสู่รัฐ
-จุดที่สอง ข้อ 4.3.1.7 และ 4.4.2.8 บังคับเอกชนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศนับสิบเที่ยว ค่าห้องพักโรงแรม และค่าอาหารหรูให้เจ้าหน้าที่รัฐคราวละ 5 คน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ
-จุดที่สาม ค่าใช้จ่ายสันทนาการและการดูแลเหล่านี้ แท้จริงแล้วจะถูกเอกชนนำไปบวกเพิ่มรวมกลับเข้ามาในราคากลาง 1,650 ล้านบาทที่รัฐต้องจ่าย แทนที่เงินกองทุนหมุนเวียนจะถูกนำไปพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทยให้คุ้มค่า แต่กลับถูกทอนไปเป็นค่ากิน เที่ยว พักผ่อนของข้าราชการบางกลุ่ม
ประเด็นที่สาม การตั้งเงื่อนไขแฝงและการส่อล็อกสเปกทำให้บริษัทเอกชนไทยและกลุ่ม EdTech ในประเทศที่มีฝีมือดีแต่ไม่มีเงินสำรอง และไม่สามารถเข้าเงื่อนไขแปลกใหม่พิเศษด้านการจัดโฆษณาผ่านจอดิจิทัล จอทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 400 จุด ภายในร้านสะดวกซื้อทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จุด ภายในและนอกห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 10 สาขา จำนวนจอไม่น้อยกว่า 200 จุด ที่เป็นเงื่อนไขส่อไปทางกีดกันและต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมตั้งแต่ปากทาง เปิดทางให้เกิดกลุ่มทุนรับเหมาไอทีรายใหญ่เข้ามาผูกขาดและจ้างช่วงงานกินส่วนต่าง
ประเด็นที่สี่ ประเด็นที่ฉกรรจ์และเป็นความจริงเชิงโครงสร้างคือเรื่องของระบบการประมวลผล ใน TOR ข้อ 4.2.2.1 กำหนดความต้องการทางเทคนิคให้ระบบต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้จำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 คน ณ ชั่วโมงเดียวกัน ซึ่งการประมวลผลคำสั่งของ Generative AI รุ่น Pro หรือ Premium ในสเกลขนาดนี้ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจาก Data Center มากกว่าการค้นหาข้อมูลปกติถึง 10 เท่า และต้องใช้น้ำหล่อเย็นในปริมาณมหาศาล
แต่ทว่า เนื่องจากโมเดลเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติภายนอกประเทศ แม้บริษัทเหล่านั้นจะเข้ามาตั้งโรงงาน Data Center ในไทยเพื่อใช้พลังงานไฟฟ้าของเรา แต่ขุมพลังงานและการควบคุมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายใต้อาณาเขตและเงื่อนไขของกลุ่มทุนข้ามชาติ
การจ่ายเงิน 1,650 ล้านบาทจากระบบกองทุนหมุนเวียนไปกับการเช่าใช้ปัญญาประดิษฐ์ต่างชาติเพียงแค่ 1 ปี เท่ากับการปล่อยให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศไปสู่กลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม โดยสร้างผลตอบแทนเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่จับต้องแทบไม่ได้ ภาพในอนาคตจากโครงการนี้คือ ประเทศไทยยังคงต้องถูกคนอื่นควบคุมระบบ AI ได้ทุกเมื่อ โอกาสที่จะมี AI ของตนเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลภายในประเทศจึงเป็นได้แค่ความฝัน ทั้งที่มันคือเรื่องของ “อำนาจอธิปไตยของชาติ” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี..
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- กรมที่ดินยืนยันกรณีที่ดินเขากระโดง ปฏิบัติตามคำสั่งศาลและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด 7 มิ.ย. 2569
- อ.เชน ลุยสงขลา ปั้นภาคใต้ฮับ "Wellness & Halal Economy" ชูสมุนไพร GMP สร้างเงินยกระดับชุมชน 7 มิ.ย. 2569
- "ยศชนัน" รุดรับฟัง 19 ข้อเสนอประมงพื้นบ้าน ย้ำชัด "พวกท่านมีตัวตน เสียงประชาชนรัฐบาลต้องฟัง" 7 มิ.ย. 2569
- “ยศชนัน” นำทีม อว. ลงเรือฟื้นฟูบ้านปลาหมายเลข 9 ดันนวัตกรรมยกระดับชุมชนชายฝั่ง ชูโปรเจกต์ Southern Wellness หนุนนวัตกรรมประมง-เกษตรครบวงจร 7 มิ.ย. 2569
- "พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง" แนะรัฐเร่งอุดช่องโหว่ ไม่ระบุปริมาณ Token-ห่วงเงื่อนไขซ่อนเร้น โครงการ TH-AI Passport 7 มิ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“อนุดิษฐ์” จี้รัฐทบทวนเกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมลูกนำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ชี้มาตรการตึงเกินจริง ขาดมิติความเป็นมนุษย์ ไม่เข้าใจวิถีคนจน 18:50 น.- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการออกเสียงประชามติ 8 เรื่อง 18:38 น.
- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการเลือกตั้ง อบจ. 548 เรื่อง 17:35 น.
- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการเลือกตั้ง อบต. 1,663 เรื่อง 17:31 น.
- "พลพีร์" ลุยต่ออำเภอคงโคราช ติดตามภารกิจเร่งด่วนรัฐบาล 3 ด้าน แก้ไขยาเสพติด-งดเผา-ลดค่าครองชีพ ดัน "ไทยช่วยไทย" บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน 17:25 น.


