วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 01:54 น.

การเมือง

ปฏิวัติ “ก้อย” อาหารดิบพื้นถิ่น ขึ้นชั้นซอฟต์พาวเวอร์ไทย เทียบซาซิมิสเต็กทาร์ทาร์ 

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.02 น.

ปฏิวัติ “ก้อย” สู่ซอฟต์พาวเวอร์ไทย  จากอาหารพื้นถิ่นสู่ Global Delicacy บนฐานความปลอดภัยและเรื่องเล่าใหม่

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรม อาหารไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “สินค้าทางวัฒนธรรม” อันดับต้นของโลก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ผัดไทย หรือแกงเขียวหวาน อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการรับรู้ในตลาดสากลยังคงกระจุกตัวอยู่กับอาหารปรุงสุกแบบ “ภาคกลาง” เป็นหลัก

ในทางกลับกัน อาหารดิบพื้นถิ่นของภาคอีสานและล้านนา เช่น “ก้อย” “ซอยจุ๊” และ “หลู้” กลับถูกตีตราว่าเป็นอาหารเสี่ยง ทั้งที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นประสบการณ์ Gastronomy ระดับพรีเมียม เทียบเคียงกับยุกฮเวของเกาหลี–ญี่ปุ่น หรือสเต็กทาร์ทาร์ของยุโรป

รายงานวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ฉบับล่าสุดเสนอแนวคิดการยกระดับ “ก้อย” ภายใต้นโยบาย One Family One Soft Power (OFOS) โดยชี้ชัดว่า หัวใจของความสำเร็จไม่ใช่การเปลี่ยนรสชาติ แต่คือ “การปฏิวัติมาตรฐานความปลอดภัย” และ “การสร้างเรื่องเล่าใหม่” บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น

จากพิธีกรรมสู่ Blue Ocean ทางวัฒนธรรม

นักมานุษยวิทยาอาหารระบุว่า “ก้อย” ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นพิธีกรรมแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ในอดีต การล้มวัวควายเกิดขึ้นเฉพาะในงานบุญ งานแต่ง หรือต้อนรับแขกสำคัญ ความสดของเนื้อที่เพิ่งชำแหละคือหัวใจของรสชาติ

“ก้อยเนื้อ” และ “ซอยจุ๊” เน้นเนื้อสัมผัสเด้งสู้ฟัน ผสานรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว และ “รสขม” จากดีวัว ซึ่งในวัฒนธรรมอีสานถือเป็น “รสแห่งปัญญา” ขณะที่ “หลู้” ของล้านนา สะท้อนมิติความเป็นชายและภราดรภาพในวงสังสรรค์

อย่างไรก็ตาม วาทกรรมด้านสาธารณสุขในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้อาหารดิบถูกมองเป็น “อาหารเสี่ยง” โดยเฉพาะปัญหาพยาธิใบไม้ตับจากปลาน้ำจืด ส่งผลให้เมนูเหล่านี้ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบ

รายงานระบุว่า “ก้อย” คือ Blue Ocean ทางวัฒนธรรมที่ยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ หากสามารถจัดการความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ

กำแพงสำคัญ: วิทยาศาสตร์ความปลอดภัยอาหาร
1. วิกฤตพยาธิใบไม้ตับ

กรณีก้อยปลาและปลาน้ำจืดดิบมีความเสี่ยงสูงจากพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งสัมพันธ์กับอัตรามะเร็งท่อน้ำดีในภาคอีสาน งานวิจัยชี้ชัดว่า

น้ำมะนาวไม่สามารถฆ่าพยาธิได้

เหล้าไม่มีผลต่อการทำลายตัวอ่อน

การแช่แข็งที่ -20°C อย่างน้อย 7 วัน จึงจะปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์คือ “ก้อยปลา” ยังไม่เหมาะผลักดันเป็น Soft Power ในตลาดโลก เว้นแต่จะพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงปลาปลอดพยาธิ 100%

2. ความเสี่ยงในก้อยเนื้อ

สำหรับก้อยเนื้อและซอยจุ๊ ความเสี่ยงหลักคือแบคทีเรีย เช่น Salmonella และ E. coli ซึ่งมักปนเปื้อนที่ “ผิวหน้าเนื้อ” ระหว่างการชำแหละ ขณะที่กล้ามเนื้อส่วนในของสัตว์สุขภาพดีมักปลอดเชื้อ

รายงานจึงเสนอให้พัฒนาระบบ “Raw Consumption Grade” แยกเนื้อสำหรับบริโภคดิบออกจากเนื้อปรุงสุก พร้อมควบคุม Cold Chain อย่างเข้มงวด

บทเรียนจากญี่ปุ่นและยุโรป

หลังเหตุการณ์อาหารดิบปนเปื้อนในปี 2011 ญี่ปุ่นออกกฎเข้มงวดผ่าน กระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น บังคับใช้มาตรการ “Trim and Sear” คือ

ให้ความร้อนผิวเนื้อ 60°C นาน 2 นาที

ตัดผิวที่ผ่านความร้อนทิ้ง

ใช้เฉพาะเนื้อส่วนในที่ปลอดเชื้อ

ตรวจไม่พบเชื้อ Enterobacteriaceae

ขณะที่ยุโรปควบคุม Steak Tartare ด้วยระเบียบจุลชีววิทยาและการทำ Cold Chain ไม่เกิน 2–4°C ตั้งแต่โรงฆ่าสัตว์ถึงจานอาหาร

นักวิเคราะห์เสนอว่า ไทยควรประยุกต์โมเดล “Trim & Sear” กับซอยจุ๊ เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสดิบแต่เพิ่มความมั่นใจ

เชฟไทยกับการสร้างภาพลักษณ์ใหม่

การยกระดับอาหารพื้นบ้านสู่ Fine Dining เริ่มเห็นผลชัดในร้านอาหารระดับแนวหน้า

100 Mahaseth

เชฟชาลี กาเดอร์ ใช้เนื้อไทยวากิวแบบ Nose-to-Tail บ่ม Dry-aged และนำเสนอในรูปแบบคล้าย Carpaccio ตกแต่งร่วมสมัย พร้อมเล่าเรื่อง “วัวไทย” และวิถีอีสาน

Samuay & Sons

เชฟหนุ่ม–วีระวัฒน์ ใช้แนวคิด Foraging และสมุนไพรท้องถิ่น เชื่อมโยงอาหารกับ Wellness Tourism

 Le Du

แม้ไม่เน้นก้อยโดยตรง แต่เทคนิคการตีความอาหารไทยแบบ Modern Interpretation กลายเป็นต้นแบบการยกระดับรสชาติท้องถิ่นสู่เวทีโลก

โรดแมป 3 ระยะ สู่ Soft Power
ระยะสั้น: สร้างมาตรฐาน “Thai Raw Safe”

ออก Code of Practice สำหรับเนื้อดิบ

สร้างตรารับรอง “Premium Isan Grade”

ระยะกลาง: พัฒนาบุคลากรผ่าน OFOS

หลักสูตร “Art and Safety of Raw Cuisine”

Upskill เชฟท้องถิ่นเป็น “นักรบซอฟต์พาวเวอร์”

ระยะยาว: สร้าง Thai Premium Beef Ecosystem

ส่งเสริมโคขุนคุณภาพสูง เช่น โพนยางคำ สุรินทร์วากิว

ยกระดับโรงฆ่าสัตว์สู่ GMP/HACCP

พัฒนา Cold Logistics ครบวงจร

เปลี่ยนความกลัวเป็นความเชื่อมั่น

รายงานสรุปว่า การยกระดับก้อยไม่ใช่แค่การขายรสชาติ แต่คือการขาย “ความเชื่อมั่น” หากไทยสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามแนวทางสากล และสร้างเรื่องเล่าใหม่ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญา “ก้อยเนื้อ” มีศักยภาพก้าวสู่ Global Delicacy

จากอาหารวงเหล้าในชนบท สู่จานพรีเมียมในมหานครโลก — หากทำได้สำเร็จ “ก้อย” จะไม่ใช่เพียงเมนูพื้นถิ่น แต่จะกลายเป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ “Kitchen of the World” ในมิติที่ลึกและปลอดภัยกว่าเดิม.
 

หน้าแรก » การเมือง