วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:03 น.

การเมือง

สถาบันพระปกเกล้า ลงนาม MOU มจร เสริมความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยธรรมาภิบาลและสันติวิธีอย่างยั่งยืน 

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.14 น.

เรียนหนึ่งได้สอง มหาจุฬาฯ จับมือกับสถาบันพระปกเกล้า “ผสานพลังคลังสมองชาติ–พุทธสันติวิธี” ลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับหลักสูตร 4 ส. และสันติศึกษา ปั้นผู้นำเสริมสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องภูวนาทประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โดยมีพระพรหมวัชรธีราจารย์ ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองสถาบัน โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และรองประธานสถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น รวมถึงผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในถ้อยแถลงว่า สถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่เป็น “คลังสมองของชาติ (Think Tank) ด้านนิติบัญญัติ” โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ สร้างผู้นำ และให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่รัฐสภาและบุคลากรทางการเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพการออกกฎหมายและการบริหารจัดการภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

การลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การลงนาม MOU เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการด้านสันติศึกษาและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้มิใช่เพียงเชิงพิธีการ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมการจัดการศึกษา การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการในมิติต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย

ด้านพระพรหมวัชรธีราจารย์ ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความรู้ทางพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษา เข้ากับศาสตร์ด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการบริหารเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้นำที่มีทั้งปัญญา คุณธรรม และความสามารถในการจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนา มุ่งผลิตบัณฑิตและนักวิชาการที่มีความรู้คู่คุณธรรม โดยเฉพาะด้านสันติศึกษา การจัดการความขัดแย้ง และสตินวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสถาบันพระปกเกล้าในการพัฒนาผู้นำสาธารณะและเสริมสร้างประชาธิปไตยเชิงคุณธรรม

อธิการบดี มจร. แสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพทางวิชาการของทั้งสองสถาบัน และก่อให้เกิดองค์ความรู้เชิงบูรณาการที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของสังคมได้อย่างยั่งยืน

ยกระดับหลักสูตร “4ส” นวัตกรรมการศึกษา เรียน 1 ได้ถึง 2

หนึ่งในสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การยกระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4ส) ซึ่งเป็นหลักสูตรสำคัญในการพัฒนาผู้นำระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีแนวคิด “เรียน 1 ได้ถึง 2” คือ เรียนหนึ่งหลักสูตร แต่สามารถต่อยอดสู่การได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท และขยายผลสู่ระดับปริญญาเอกในอนาคต

ทั้งนี้ นักศึกษา 4ส รุ่นที่ 16 จะได้รับการคัดเลือกผ่านช่องทางพิเศษร่วมกันของทั้งสองสถาบัน และมีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์และสันติศึกษา (Strategic Management and Peace Studies) โดยเน้นการทำวิทยานิพนธ์และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและสังคมได้จริง

เชื่อมองค์ความรู้–เครือข่ายผู้นำ สู่สังคมสมานฉันท์

ความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในครั้งนี้ ยังสะท้อนการผสานจุดแข็งของทั้งสองสถาบันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ความเชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการพัฒนาผู้นำของสถาบันพระปกเกล้า กับองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษาของ มจร.

ผู้บริหารทั้งสองสถาบันเห็นพ้องกันว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักศึกษาและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ให้ได้รับองค์ความรู้เชิงบูรณาการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความขัดแย้ง การกำหนดนโยบาย และการสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างเป็นรูปธรรม

วางรากฐานเครือข่ายวิชาการเพื่อสันติภาพในอนาคต

ในช่วงท้ายของพิธี ทั้งสองสถาบันได้แสดงความเชื่อมั่นตรงกันว่า แผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้ MOU ฉบับนี้ จะนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการลงนามเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นการวางรากฐานสำคัญของการพัฒนา “ผู้นำเชิงสันติวิธี” และการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตยเชิงคุณธรรม และสันติสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านพลังขององค์ความรู้ การศึกษา และการบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่กับหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง และตอนนี้กำลังเปิดรับสมัคร ทั้งหลักสูตรทั้งปริญญาโท และปริญญาเอก
 

หน้าแรก » การเมือง