วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:46 น.

การเมือง

293 เสียง!  สภาฯโหวตหนุน "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33  

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.41 น.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ

การประชุมมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 ราย ได้แก่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

ภายหลังเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมได้เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนแบบเปิดเผยด้วยวิธีขานชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยมี ส.ส.จากทุกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีสมาชิกลงคะแนนเห็นชอบนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี  293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ได้ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง พร้อมกันนี้พบว่า นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตเลือกนายอนุทิน

"อนุทิน" ให้คำมั่นหากได้เป็น "นายกฯ" จะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด-แก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุด

ทั้งนี้นายอนุทิน ลุกอภิปรายก่อนลงคะแนนว่า ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่กรุณาเสนอชื่อให้ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดจนขอบคุณสำหรับการรับรองเสียงในการเสนอชื่อในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้

ขอยืนยันว่าสำหรับตน ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ในหัวใจของตนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านคือเสียงที่มีความดังเท่ากัน และตนพร้อมที่จะรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปปฏิบัติหากตนมีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้คำยืนยันต่อพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยอันที่รักของเราและต่อพี่น้องประชาชน

ตนจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงพระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาว่าขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ทุกท่านคงทราบดีว่าตั้งแต่เราพบกันในสภาแห่งนี้ซึ่งตนเชื่อว่าทุกคนคงเห็นว่าตนเป็นมิตร เป็นเพื่อนที่ดี และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเรามีเป้าหมายร่วมกันคือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนและรัฐบาลของตนจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของผู้แทนชาวไทยทุกท่าน แม้คะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร ตนขอน้อมรับการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน

ในโอกาสนี้ขอขอบคุณทุกเสียงที่เคยได้มอบให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ทำให้รัฐบาลของตนสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ แม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา ขอยืนยันว่าตนจะทำให้ประเทศไทยของเราบรรลุเป้าหมาย และแม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาที่จะต้องแก้ไข ตนก็มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของทุกท่านรัฐบาลของตนจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดให้มีประสิทธิภาพต่อไป

รัฐบาลรวมพลัง 16 พรรค หนุน “อนุทิน”
ก่อนการประชุมสภา ที่ห้องประชุม CB406 พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 16 พรรค นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติ โดยมีเสียงสนับสนุนนายอนุทิน รวม 293 เสียง  บรรยากาศภายในสภาเป็นไปอย่างคึกคัก โดย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยพร้อมใจกันแต่งกายด้วยผ้าไทยสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำพรรค

“อนุทิน” ขอบคุณพรรคร่วม มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าได้
ก่อนเข้าสู่การโหวต นายอนุทิ  ได้แถลงขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค ที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมย้ำถึงความตั้งใจในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยระบุว่า รัฐบาลชุดนี้จะขับเคลื่อนทั้งงานด้านนิติบัญญัติและบริหารอย่างราบรื่น พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

“วันนี้ไม่มีพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก มีแต่พรรคร่วมรัฐบาลที่พร้อมทำงานเพื่อประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

พรรคเพื่อไทย-พลังประชารัฐ หนุนเอกฉันท์
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคมีมติเอกฉันท์สนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพและสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้

ขณะที่ นางสววตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน จำเป็นต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และพรรคพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

ด้าน นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยืนยันพรรคมีมติเอกฉันท์ร่วมหนุน พร้อมทำงานแก้ปัญหาในพื้นที่และระดับประเทศ
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง