วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569 01:36 น.

การเมือง

“พุทธสันติวิธี” ทางออกวิกฤตพระกับป่า ถอดบทเรียน “ไร่เชิญตะวัน” คลี่คลายข้อพิพาทวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.26 น.

นักวิชาการชี้ความขัดแย้งพระสงฆ์กับพื้นที่ป่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เสนอใช้ “พุทธสันติวิธี” ผสานกฎหมาย-ศรัทธา-นิเวศวิทยา ยกกรณีไร่เชิญตะวันเป็นต้นแบบสร้างสมดุลรัฐกับศาสนาอย่างยั่งยืน

ความขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์กับการใช้พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยกำลังถูกจับตาอีกครั้ง ท่ามกลางกรณีพิพาทของวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี ที่สะท้อนรอยปะทะระหว่าง “กฎหมายของรัฐ” กับ “วิถีศรัทธาและชุมชน” อย่างชัดเจน

นักวิชาการด้านพุทธศาสนาและการจัดการความขัดแย้ง วิเคราะห์ว่า ปัญหาดังกล่าวมิใช่เพียงข้อพิพาทเชิงพื้นที่ แต่เป็น “ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง” ที่เกิดจากการรวมศูนย์อำนาจการจัดการทรัพยากรของรัฐ ภายใต้พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งมักทับซ้อนกับพื้นที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์และชุมชนดั้งเดิม

ในมิติทางพุทธศาสนา “ป่า” ไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นพื้นที่แห่งการบำเพ็ญเพียร สร้าง “กายวิเวก” และ “จิตวิเวก” ตามแนวพระป่า หรืออรัญวาสี ที่ดำรงวิถีอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัดโดยไม่คำนึงถึงบริบททางสังคม ส่งผลให้พระสงฆ์หลายแห่งถูกตีความเป็น “ผู้บุกรุก” นำไปสู่ความตึงเครียดและการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐ

เสนอ “พุทธสันติวิธี” ทางออกเชิงระบบ

ข้อเสนอสำคัญจากแวดวงวิชาการ คือการนำ “พุทธสันติวิธี” มาใช้เป็นกรอบแก้ปัญหา โดยอาศัยหลักอริยสัจ 4 วิเคราะห์ต้นตอความขัดแย้ง และใช้ “พรหมวิหาร 4” เป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจระหว่างคู่ขัดแย้ง

แนวทางดังกล่าวเน้น “การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง” มากกว่าการเผชิญหน้า โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ลดการใช้ความรุนแรง และหลีกเลี่ยงวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง

“พุทธอุทยาน” กลไกรัฐเชื่อมศาสนา

ภาครัฐได้พยายามคลี่คลายปัญหาผ่าน “โครงการพุทธอุทยาน” ซึ่งเปิดทางให้วัดและสำนักสงฆ์สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร

โครงการดังกล่าวถือเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่าง “นิติศาสตร์” และ “รัฐศาสตร์” โดยเปลี่ยนบทบาทพระสงฆ์จากผู้ถูกกล่าวหา เป็น “แนวร่วมพิทักษ์ป่า”

ถอดบทเรียน “ไร่เชิญตะวัน”

กรณีศึกษาที่ได้รับการยกย่องคือ “ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน” จังหวัดเชียงราย ซึ่งสามารถคลี่คลายข้อร้องเรียนเรื่องที่ดินได้อย่างสันติ

แนวทางสำคัญคือ

เปิดพื้นที่ให้รัฐตรวจสอบอย่างโปร่งใส
ไม่เผชิญหน้าหรือระดมมวลชน
ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น GPS และภาพถ่ายดาวเทียม
พัฒนาพื้นที่เป็น “พุทธนิเวศ” ทั้งด้านป่า น้ำ และเกษตรอินทรีย์

ผลการตรวจสอบยืนยันว่าไม่มีการบุกรุก อีกทั้งพื้นที่ยังถูกฟื้นฟูให้สมบูรณ์ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้แก่ชุมชน

วิเคราะห์กรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์

สำหรับกรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ปมปัญหาเกิดจากการปรับลดพื้นที่ขออนุญาตในอดีต ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างเดิมบางส่วนอยู่นอกเขตตามเอกสาร

ขณะที่ฝ่ายรัฐยึดตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด ฝ่ายวัดมองว่าเป็นความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค ไม่ใช่การบุกรุกโดยเจตนา

ชี้ 4 แนวทางคลี่คลาย

นักวิชาการเสนอแนวทางแก้ไข 4 ประการ ได้แก่

ยุติการเผชิญหน้า และเปิดตรวจสอบอย่างโปร่งใส
ดำเนินการตามกฎหมาย ปรับแนวเขตหรือขออนุญาตเพิ่มเติม
ยกระดับเป็นศูนย์อนุรักษ์ สร้างบทบาทพิทักษ์ป่าอย่างชัดเจน
รัฐใช้ดุลยพินิจเชิงมนุษยธรรม ผสานกฎหมายกับบริบทสังคม

ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงย้ำว่า ทางออกของปัญหานี้ไม่ใช่การ “ชนะคดี” แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างกฎหมาย ศรัทธา และสิ่งแวดล้อม หากทุกฝ่ายยึดหลักพุทธสันติวิธีเป็นเข็มทิศ จะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบ “ชนะร่วมกัน” ที่พระสงฆ์สามารถปฏิบัติธรรมได้อย่างสงบ รัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีความชอบธรรม และผืนป่าของประเทศได้รับการดูแลอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง