วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569 20:39 น.

การเมือง

“อนุทิน” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลุยแก้ PM2.5 กำชับบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ดันผู้ว่าฯ เป็น Single Command คุมสถานการณ์ทั้งระบบ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.51 น.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569   นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานยกระดับการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิด เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน

การประชุมจัดขึ้นที่หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งในสถานที่และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ อากาศยาน และกำลังพลจากหลายหน่วยงานที่ร่วมภารกิจควบคุมไฟป่าและลดปัญหาฝุ่น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล แม้เวลาจะผ่านไปเกือบเดือนแล้วแต่สถานการณ์ยังไม่ยุติ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงต้องยกระดับมาตรการทุกด้าน ทั้งการป้องกัน เฝ้าระวัง การรักษา และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าหัวใจสำคัญที่สุดคือ “สุขภาพของประชาชน” และไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปได้

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นประกอบด้วยการเผาในพื้นที่ สภาพอากาศจากความกดอากาศ และการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเด็ดขาดและตรงจุดในทุกมิติ โดยเฉพาะการควบคุมการเผาในภาคเกษตรและพื้นที่ป่า ซึ่งต้องใช้มาตรการทางกฎหมายควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” ในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นเอกภาพ ตัดสินใจได้รวดเร็ว และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที 

ขณะเดียวกันให้ทุกกระทรวงบูรณาการกำลัง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กลาโหม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งควบคุมไฟป่า จัดทำแนวกันไฟ และสนับสนุนภารกิจทางอากาศในพื้นที่เข้าถึงยาก เพื่อสกัดการลุกลามของไฟให้ได้โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำการจัดการต้นตอปัญหา โดยให้ควบคุมโรงงานและภาคการเกษตรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเผาอ้อยและซังข้าวโพดต้องลดให้เป็นศูนย์ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดรับซื้อผลผลิตที่มาจากการเผา รวมถึงให้ควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเผา เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านเทคโนโลยี นายกรัฐมนตรีสั่งให้สนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อตรวจจับจุดความร้อนทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สามารถวางแผนแก้ไขปัญหาได้แม่นยำและทันสถานการณ์มากขึ้น ขณะเดียวกันได้กำชับให้กระทรวงสาธารณสุขยกระดับมาตรการดูแลประชาชน โดยจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น และสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าภายใต้สถานการณ์นี้ “ประชาชนทุกคนคือกลุ่มเปราะบาง” ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

"ขอให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสนี้ แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และร่วมกันยกระดับการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ โดยหวังว่าการประชุมวันนี้ จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด หากจังหวัดหรือหน่วยงานใดมีข้อขัดข้อง หรือต้องการการสนับสนุนเร่งด่วน ขอให้แจ้งต่อที่ประชุมได้ทันที ทั้งนี้ ขอให้เตรียมสรรพกำลังเครื่องจักรกล กำลังพลของทุกหน่วย ทั้งพลเรือน ทหาร กอ.รมน. รวมถึงการบูรณาการนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาแก้ปัญหาอย่างเต็มศักยภาพ เพราะเราจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะมันจะไปบั่นทอนศักยภาพด้านต่าง ๆ ของพื้นที่ ตอนนี้เรารู้แล้วว่า 3 ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ คือ 1. การเผาในพื้นที่ 2. ความกดอากาศที่ส่งผลต่อสภาพอากาศ และ 3. การเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน เราจึงต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดในทุกเรื่อง เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุด สถานการณ์บรรเทาและหมดไปในที่สุด เราต้องทำทุกวิถีทาง โดยยึดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน"

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนการยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเข้มข้นและเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา การบังคับใช้กฎหมาย การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการดูแลสุขภาพประชาชน โดยรัฐบาลย้ำชัดว่าจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพชีวิตและศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง