วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569 21:28 น.

การเมือง

“อนุทิน” ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ทุ่มเทสู้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ย้ำชัด “ไม่ยอมเสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว”

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.17 น.

“อนุทิน” ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ทุ่มเทสู้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ย้ำชัด “ไม่ยอมเสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว” สั่งทุกหน่วยใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ควบคู่การแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์สาธารณะ 

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 16.30 น. ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 โดยตรวจการดำเนินงานตามแนวคิด “ป่าเปียก (Wet Fire Break)” พร้อมติดตามการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ในการสำรวจและควบคุมไฟป่า รวมถึงพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เสียสละทำงานท่ามกลางความเสี่ยง ทั้งจากความร้อนและปัญหาระบบทางเดินหายใจ ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการ “ป้องกัน” มากกว่าการแก้ไข และพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการอย่างเต็มที่ โดยยอมรับว่าการทำงานหน้างานเป็นภารกิจที่หนักและท้าทาย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
 
“ทุกท่านคือด่านหน้าที่ดูแลผืนป่าและคุณภาพอากาศของประเทศ ทำงานด้วยความเสียสละและเสี่ยงอันตราย รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกวิถีทาง ทั้งมาตรการงดซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเผา การห้ามเข้าป่า การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อหยุดต้นตอของปัญหา” นายกรัฐมนตรีกล่าว
 
นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน แม้ใกล้เข้าสู่ฤดูฝนก็ไม่สามารถรอได้ เนื่องจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจเริ่มปรากฏชัด โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาอย่างหนัก พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” บริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ
 
“การทำงานต้องไม่แลกด้วยชีวิต หากจุดใดมีความเสี่ยงสูงต้องประเมินอย่างรอบด้าน ตนไม่สามารถเสียกำลังพลคนใดไปได้แม้แต่คนเดียว ขอให้ทุกคนใช้ดุลยพินิจและระมัดระวังสูงสุด” นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำ
 
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถ่ายทอดนโยบายและข้อสั่งการผ่านระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล ไปยังหอกระจายข่าวใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ครอบคลุม 196 อำเภอ 1,559 ตำบล และ 14,496 หมู่บ้าน เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
 
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สะท้อนการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วนในการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วนและจริงจัง 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง