วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 01:37 น.

การเมือง

กพช.ไฟเขียวลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยคิดต่ำกว่า 3 บาท/หน่วย

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.59 น.

กพช.ไฟเขียวลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยคิดต่ำกว่า 3 บาท/หน่วย และเคาะมาตรการหนุนติดโซลาร์ภาคประชาชนรับซื้อไฟเข้าระบบ 2.20 บาท/หน่วย 

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175)  โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) , ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงคมนาคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ เข้าร่วม

 ช่วงต้นของการประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของปี ซึ่งทุกท่านคงทราบดีว่าเรามีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอน และสถานการณ์มีความผันผวนตลอดเวลา จึงทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลกด้วย ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

ในการนี้รัฐบาลจึงได้มีการออกคำสั่ง นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้บริหารราคาเพียงพอและให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม

ในวันนี้จึงมีการประชุมเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว ซึ่งจะมีการพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1.ให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดเสนอเรื่องแผนปฏิบัติการด้านพลังงาน พ.ศ. 2567-2580 เป็นแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการด้านพลังงานของประเทศ 2. ขอให้กระทรวงพลังงานศึกษามาตรการในการให้เอกชนสามารถทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ในการเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมในวันนี้จะมีการพิจารณาอีกสองเรื่องคือการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รวมถึงส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องสร้างความชัดเจน เพราะมีการพูดคุยสัมภาษณ์บูลี่จากกลุ่มมวลชนและนักวิชาการ ออกไปในรูปแบบของคนใช้ไฟฟ้ามาก อุ้มคนใช้ไฟฟ้าน้อย แต่ว่าตรงนี้เราต้องตัดตอนมาก่อนว่าเป็นเรื่องของการใช้ไฟในบ้าน ไม่ใช่ผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในแพ็คเกจนี้ ดังนั้นในการประชุมครั้งนี้ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

จากนั้น เวลา 10.20 น. นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม กพช. ว่า การประชุมทุกอย่างเรียบร้อยดี โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด

นายเอกนัฏ  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 176) ซึ่งมี นายอนุทิน เป็นประธาน วันนี้ ได้มีมติเห็นชอบ 2 วาระสำคัญด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบในหลักการ "วาระแห่งชาติด้านพลังงาน" ได้แก่
1. การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
2. การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน

โดยนายเอกนัฏฯ เปิดเผยรายละเอียดดังนี้

1. การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น กพช. จึงได้ทบทวนแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าให้มีความยั่งยืนและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยปรับปรุงค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัย มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาวิกฤติพลังงานอย่างเร่งด่วน และมุ่งเน้นลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย กพช. มีมติสำคัญ ดังนี้

เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้าที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น มอบหมาย กกพ. ร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และให้ กกพ. กำกับดูแลการชดเชยและอุดหนุนรายได้ระหว่างผู้รับใบอนุญาตให้เป็นธรรมโดยคำนึงถึงสถานะทางการเงินของแต่ละราย

มอบหมาย กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ตามมติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2569

มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ กฟน. และ กฟภ. ร่วมกับ กกพ. ศึกษาแนวทางการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับบ้านอยู่อาศัยดังกล่าว ในอัตราค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม และนำเสนอผลการศึกษา ต่อ กพช. โดยเร็ว

2. การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)ภาคประชาชน
กพช. เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดย กพช. มีมติสำคัญ ดังนี้

รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัย รูปแบบ Net Billing เป้าหมายรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี

มอบหมาย กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569

มอบหมาย กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ปรับปรุงข้อกำหนดโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) พร้อมระบบจำหน่าย สถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับเป้าหมายโซลาร์ภาคประชาชนโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

นายเอกนัฎฯ เปิดเผยด้วยว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ลดภาระค่าพลังงานในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการกระจายศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้า และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมพลังงานสะอาดควบคู่กับการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี
 

หน้าแรก » การเมือง