วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:01 น.

การเมือง

3 รัฐมนตรี “พลพีร์-เจเศรษฐ์-วรศิษฎ์” มอบนโยบาย ปภ. ย้ำต้อง “มองภัยเป็นข้าศึก”

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

3 รัฐมนตรี “พลพีร์-เจเศรษฐ์-วรศิษฎ์” มอบนโยบาย ปภ. ย้ำต้อง “มองภัยเป็นข้าศึก” เร่งเพิ่มศักยภาพการเผชิญเหตุเชิงพื้นที่ผ่านฐานข้อมูลความเสี่ยง พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า เพื่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 11  พฤษภาคม 2569  เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพลพีร์ สุรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามอบนโยบายและตรวจเยี่ยมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้อำนวยสำนัก กอง และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ

นายพลพีร์ กล่าวว่า คำว่า ปภ. ล้วนมีความหมายสำคัญเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ยินคำดังกล่าวนี้ จะต้องตระหนักถึง “การป้องกัน” อยู่เสมอ แต่ในทุกวันนี้เรามักจะไปโฟกัสที่ “การแก้ไข” เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้วมากกว่า ซึ่งเราจะต้องกลับมามองจุดนี้กันใหม่ ผ่านการบูรณาการการทำงานกับส่วนราชการต่างๆในสังกัดกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เราต้องเปลี่ยนผ่าน Positioning จากการทำงานเป็น Helper สู่การทำหน้าที่ Protect ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีและที่ตนทั้งสามคนจะสนับสนุนทุกท่านเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันภัยมากยิ่งขึ้น

“ทุกท่านต้องใช้งานพวกผมอย่างเต็มที่ ในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการประจำซึ่งล้วนรับทราบปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยขอให้ได้ยึดเป้าหมายสำคัญคือการที่ประชาชนเป็นสุข สิ่งสำคัญคือเราจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมในการฝึกซ้อมรับมือผ่านแผนเผชิญเหตุที่เข้มข้น ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าด้วยเทคโนโลยีและความตั้งใจของทุกท่านในวันนี้จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนศักยภาพของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เกิดผลสำเร็จในการป้องกันภัยแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สุด” นายพลพีร์ กล่าว

นายเจเศรษฐ์  กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของตนในการกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย คือการยกระดับศักยภาพของ ปภ. ให้เพิ่มขึ้นสูงสุด ตนทราบดีว่าสิ่งที่พวกเราทำทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับชีวิตพี่น้องประชาชน “เราต้องมองภัยเป็นข้าศึก” และสรรหาทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับภัยเหล่านี้ให้เต็มที่ สิ่งที่ตนอยากจะมายกระดับ ประเด็นสำคัญคือเราทำงานเพียงแค่บทบาทของคนตั้งรับ โดยเราต้องยกระดับเป็นการช่วยเหลือและป้องกันเชิงรุก ผ่านการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ โดยภาพที่ตนอยากเห็นต่อจากนี้ไปคือ ปภ. จะต้องอยู่ทุกที่เมื่อภัยมา เราจะต้องเตรียมความพร้อมไปอยู่ในทุกทุกที่อยู่ที่เหตุจะเกิด

“การพัฒนาองค์ให้ไปข้างหน้าขวัญและกำลังใจบุคลากร ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลยไปไม่ได้ โดยต้องขอเน้นย้ำท่านอธิบดี และผู้บริหาร ได้ดูแลสุขภาพจิต ความพร้อมทั้งกายและใจ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อจูงใจและช่วยเหลือให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานของเราทุกคนพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชนอย่างเต็มศักยภาพภาพ โดยตนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกด้านงบประมาณและการขับเคลื่อนงานอย่างใกล้ชิด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกท่านพึงตระหนักว่า เราต้องมีความเป็นผู้นำอย่างสูงในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่เมื่อมีภัยมา และต้องทำงานสอดประสานกับทุกภาคส่วนทั้ง อปท. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นด่านหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ซึ่งตนจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา และกำกับดูแลการทำงานของท่านอย่างเต็มที่ เพื่อเดินหน้าจัดทำแผนเผชิญเหตุรับมือภัยพิบัติให้สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ โดยตนพร้อมที่จะปกป้อง และขจัดอุปสรรคในการทำงานของทุกท่านอย่างเต็มที่ เพราะตนเชื่อมั่นว่าทุกท่านในวันนี้ล้วนมีความตั้งใจเพื่อจะดูแลปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนให้พ้นจากภัยต่าง ๆ อย่างดีที่สุด

ด้านนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกท่านเข้าใจดีในการมีอยู่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือดูแลชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เราไม่สามารถคาดเดาธรรมชาติได้จากสภาวะโลกรวน ซึ่งส่งผลต่อชีวิตพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ประการที่ตนอยากเน้นย้ำนอกจากการทำงานให้สุดกำลังความสามารถแล้ว คือการประชาสัมพันธ์ภารกิจที่เราได้ทำมาให้แก่พี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วย เพราะทุกวันนี้ ตนทราบว่าทุกท่านล้วนเสียสละความสุขส่วนตนให้กับสังคมเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามักจะได้คำด่าคำว่า เนื่องจากเราขาดการสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ 

"ยิ่งไปกว่านั้น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถือเป็นหัวใจสำคัญในฐานะหน่วยงานด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชน ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยให้ทุกท่านบรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม ส่วนในประเด็นข้อจำกัดด้านข้อกฎหมายนั้น ผมและรัฐมนตรีช่วยว่าการทุกคนขอยืนยันว่า เราพร้อมรับฟังและพร้อมผลักดันการแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อขจัดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการเยียวยาพี่น้องประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างทันท่วงที" นายวรศิษฎ์ กล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง