การเมือง
ผ่าทางตันกฎหมายไทย "อภิสิทธิ์" ชู "นวัตกรรมกฎหมาย" ปลดล็อกประเทศ เสนอตั้ง กมธ. วิสามัญ ทลายกำแพงระเบียบที่ล้าสมัย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายและสรุปญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปฏิรูปกฎหมาย ปรับปรุงยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้ทันสู่ยุคสมัยปัจจุบัน
ว่า เรื่องการปฏิรูปกฎหมาย การปรับปรุงยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยนั้น ได้กลายเป็นประเด็นที่เราถกเถียงกันมาในสังคม ประมาณ 10 ปีแล้ว ตนเฝ้าตามเรื่องนี้ในช่วงที่ไม่ได้มีโอกาสมาทำงานในสภาแห่งนี้ แต่ทราบดีว่านับวันมันกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสังคม ดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาเป็นระยะเวลาประมาณวันครึ่ง เริ่มตั้งแต่การเป็นภาระสำหรับประชาชน สำหรับธุรกิจ ผู้ประกอบการ ที่กลายเป็นต้นทุน เป็นอุปสรรคต่อการสร้างธุรกิจใหม่ หาทำมาหาเลี้ยงให้กับชีวิตของตนเอง
นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า เมื่อสิ่งเหล่านี้สะสม กลายเป็นปัญหาของประเทศด้วย ถ้าคุยกับบรรดานักลงทุน ทั้งคนไทย ทั้งต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ แล้วถามว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเกือบทุกด้าน อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจไม่มาลงทุนในไทย จะพบว่าคำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือกฎหมายที่ล้าสมัย กฎหมายที่เป็นภาระเกินเหตุ กฎหมายที่ไม่มีความโปร่งใส ไม่บังคับใช้อย่างที่เขาสามารถที่จะมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจได้ และแน่นอน ตรงนี้ก็กลายเป็นเงื่อนไขของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการแสวงหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้นจะเห็นว่าต้นทุนหรือปัญหาที่สร้างขึ้น สำหรับผู้ด้อยโอกาส คนยากคนจน และหลายกลุ่มที่มีความเสียเปรียบในสังคม ก็ทำให้เกิดการตอกย้ำสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วย ฉะนั้นวันนี้ ตนไม่พูดเพิ่มเติม ในเรื่องของความสำคัญของปัญหานี้ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหานี้ และทำไมการแก้ปัญหานี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศไทย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่ประเด็นที่เราต้องถกกันให้มาก และก็เสียดายว่า เรายังไม่มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันเรื่องนี้มากเท่าที่ควรก็คือ ทำไมทั้ง ๆ ที่ปัญหานี้เป็นที่รับรู้ เป็นที่สนใจ ถึงขนาดรัฐบาลไทยไปจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษา ให้ข้อมูลอะไรทั้งหลายทั้งหมดทั้งปวงที่เราอ้างอิงกันถึงทุกวันนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ความคืบหน้ามีน้อยมาก เช่น ปัญหาที่ว่าหลายครั้งการทำงานที่เรายังใช้ระบบที่ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าเดินไม่ได้ เช่น เราออกกฎหมายอำนวยความสะดวกมาครั้งแรก เราต้องการให้หน่วยงานต่าง ๆ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการในการบริการประชาชน ในการให้ใบอนุญาต การอนุมัติ การบริการประชาชนทั่วไป แต่พอกฎหมายออกมา รัฐบาลก็ให้แต่ละหน่วยงานไปเขียนประกาศออกข้อบังคับตามกฎหมายใหม่ ซึ่งในที่สุดหลายหน่วยงานก็เพียงไปเขียนให้สอดรับกับสิ่งที่ทำอยู่เดิม แต่ให้ถูกต้องตามกฎหมายใหม่ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“หรือบางเรื่องที่เพื่อนสมาชิกพูด เช่น เราอุตส่าห์มีกฎหมายหลายฉบับมาแล้ว ที่รับรองพฤติกรรมหรือการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในชีวิตจริงพวกเราทุกคนก็ยังต้องทำสำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรอง หรือหลายเรื่อง แม้กระทั่ง การมาเป็น ส.ส. ตั้งแต่สมัครรับเลือกตั้ง จนยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ต้องอยู่บนกองกระดาษเหมือนเดิม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เราอาจจะพูดถึงการขาดเจตจำนง หรือเจตนารมณ์ทางการเมือง หรือเราอาจจะพูดถึงว่า หน่วยงานบางหน่วย เราคิดว่าเขาหวงอำนาจหรือไม่ แต่ในที่สุดเราต้องคิดค้นที่จะทะลุทะลวงปัญหาเหล่านี้ไปได้ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องของนวัตกรรมทางกฎหมาย
“พรุ่งนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าสภาแห่งนี้กับวุฒิสภา จะยืนยันร่างกฎหมายอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นอีกความพยายามหนึ่งที่จะแก้ปัญหานี้ โดยการใช้แนวคิดที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Super License คือต่อจากนี้ไป บางกิจการ รัฐบาลสามารถไปตราพระราชกฤษฎีกากำหนดได้ว่า ให้ขอใบอนุญาตหลักเพียงใบเดียว แล้วถือว่าได้ใบอนุญาตรองด้วยความคิดดี แต่ถ้าถามผมว่า ผมมั่นใจไหมว่านี่จะเป็นวิธีการที่สามารถแก้ปัญหาได้ในที่สุด ต้องกราบเรียนว่ายังไม่มั่นใจ เพราะเชื่อเลยว่าปัญหาแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือ เมื่อจะมีความพยายามในการกำหนดใบอนุญาตหลักให้กับบางกิจการเนี่ย สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือหน่วยงานทั้งหลายก็จะเถียงกันครับว่า ใครจะเป็นผู้ออกใบอนุญาตหลัก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า และสิ่งที่ตามมาคือ คนที่ออกใบอนุญาตรอง หรือใบอนุญาตเดิม ปัจจุบันกลายเป็นใบอนุญาตรอง ก็จะถามว่าใครจะไปพิจารณา และสุดท้ายเมื่อเขาไม่ได้มีส่วนในการอนุญาต เกิดปัญหาขึ้นจากการอนุญาตนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเน้นย้ำว่า คำว่า “นวัตกรรมทางกฎหมาย” ต้องไปที่รากของปัญหา ซึ่งตนเห็นว่ามีอยู่ 2 ประเด็น ที่อยู่ในระบบ ประเด็นแรก คือ เรามักจะพูดถึงรัฐบาล เปรียบเสมือนเป็นหน่วยงาน หน่วยงานเดียว แต่ระบบกฎหมายของเราเนี่ย คนที่เป็นนิติบุคคล คือ กรม กฎหมายก็จะอิงอยู่กับความเป็นนิติบุคคลของกรม “ดังนั้นการที่บางครั้งเราไปต่อว่าว่าหน่วยงานราชการเขาหวงอำนาจหรืออะไร เขาเพียงแค่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะเขาคือผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย เขาไม่มีทางเลือกอื่น ตราบเท่าที่เรายังยึดโครงสร้างแบบนี้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่เป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือกฎหมายที่เราสะสมกันมานั้น ปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ กฎหมายหลังประมาณปี 2540 เป็นต้นมา เขียนทุกอย่างไว้ละเอียดในพระราชบัญญัติ กลายเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยจริง ๆ สมัยก่อนเขาจะเขียนหลักการอำนาจการอนุญาตไว้เพียงมาตราเดียว แล้วสุดท้ายไปให้ออกกฎหมายลำดับรอง ซึ่งแก้ง่าย คล่องตัว แต่นับตั้งแต่ประมาณปี 40 เป็นต้นมากระบวนการรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาตทั้งหมด ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติ และผูกมัดหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินั้น “นี่คือปัญหาข้อที่ 1 ที่เราต้องทะลุทะลวงว่า จะทำอย่างไรกับสภาพการแยกส่วนของรัฐ ตามการเป็นนิติบุคคลแบบนี้"
ประการที่สอง คือ ปัญหาอยู่ที่กระบวนการของสภา วันนี้สมาชิกสภาฯก็มักจะใช้ตัวเลขกลมๆ ว่าเราอยากจะแก้กฎหมายสักหนึ่งฉบับ เราใช้เวลา 2 ปี เอาเฉพาะประเด็นที่สมาชิกฯหยิบกฎหมายเรื่องนั้นเรื่องนี้มา จะเป็นรถตู้ จะเป็นกฎหมายการพนัน จะเป็นกฎหมายป่าไม้ ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการอนุมัติอนุญาต ต่อให้เรามีร่างที่จะแก้ไขสำเร็จรูปอยู่ในมือ ในทุกปัญหาที่สมาชิกฯพูดมา คิดไหมว่าสภาชุดนี้ จะสามารถผ่านให้ได้หมดในอายุของสภา
“ สิ่งที่ผมคาดหวังจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งผมขออาสาตัวเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย คือเราต้องคิดนวัตกรรมในเชิงของการออกกฎหมาย ที่พวกเราในฐานะผู้แทนของประชาชน ต้องยอมสละอำนาจบางอย่าง เพื่อมอบให้ฝ่ายบริหารสามารถดำเนินการได้แบบคล่องตัว” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะต้องมีกฎหมายที่เพียงบอกว่า ต่อไปนี้เราจะอนุญาตให้ฝ่ายบริหาร ไปเปลี่ยนการอนุญาตเป็นเพียงแค่การขอจดแจ้ง แปลว่ากฎหมายฉบับใดเขียน “อนุญาต” เรามอบอำนาจฝ่ายบริหารว่าเปลี่ยนเป็น “จดแจ้ง”ได้ ถ้าเข้าเงื่อนไขบางประการที่เราระบุในกฎหมาย “อย่างนี้เราก็ไม่ต้องไล่แก้กฎหมายทีละฉบับ เปลี่ยนคำว่าอนุญาตเป็นจดแจ้ง”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่าแต่แน่นอน ปัญหาก็จะเกิดการถกเถียงว่าทำเช่นนี้ เส้นแบ่งอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติถูกละเมิดหรือไม่ ในแง่ของหลักการของประชาธิปไตย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กฎหมายที่จะเข้าสภาในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค. 2569 ) จะมีมาตรา 21 เป็นต้นไป ที่จะทดลอง เขาบอกว่ากรณีที่จะมีการไปออกใบอนุญาตหลัก ใบอนุญาตรอง และการกำหนดเงื่อนไข หรือการยืดอายุการอนุญาตบางอย่าง ให้รัฐบาลคือฝ่ายบริหารไปออกพระราชกฤษฎีกาได้ แต่พระราชกฤษฎีกานั้นก่อนที่จะถือว่าได้รับการอนุมัติ ต้องส่งมาที่สภา ให้เวลาสภา 60 วัน ถ้าไม่ท้วงติงจึงจะดำเนินการได้
“ผมยังไม่ทราบว่าในทางปฏิบัติ เราจะมีข้อบังคับของสภารองรับหรือไม่ แต่นี่คือลักษณะของกฎหมายที่เราต้องการ ถึงจะแก้ปัญหาทะลุทะลวงสิ่งที่เราพูดมาในช่วง 2 วันของการประชุมในเรื่องนี้ เพราะไม่มีทางเลยที่เราจะใช้กระบวนการแบบเดิม และสามารถแก้ปัญหานี้ได้ทัน ยังไม่นับว่าทุกวันที่ผ่านไป ทุกเดือนที่ผ่านไป ทุกปีที่ผ่านไป ก็จะมีลักษณะของความไม่สอดคล้องกับยุคสมัยของกฎหมายเพิ่มเติมเข้ามาอีก มากกว่าประเด็นที่พวกเราพูดกันในวันนี้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวสรุปว่า จึงอยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ไม่ใช่ไปศึกษาข้อมูลถึงสภาพปัญหาความจำเป็นอะไรอีกต่อไปแล้ว แต่เน้นไปที่วิธีการที่จะแตกต่างจากเดิม ที่เราจะทะลุทะลวงปัญหานี้ และใช้กรรมาธิการแห่งนี้เป็นกลไกในการแสดงเจตนารมณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกัน ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน “ซึ่งผมอยู่ฝ่ายค้านนะครับ ในการที่บอกว่าถึงเวลาหรือยังที่ในบางเรื่อง เราต้องยอมแล้วให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากขึ้น ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป กราบขอบพระคุณครับ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- เกษตรกรยาสูบภาคเหนือเร่งปรับตัว รับมือกติกายาสูบโลก-สิ่งแวดล้อม วอนรัฐเดินหน้าปราบบุหรี่เถื่อนจริงจัง 14 พ.ค. 2569
- “วัชระพล” ยอมรับกรมประมงรายงานพบปลาหมอคางดำบริเวณชายหาดพัทยาจริง บอกเป็นการกระจายตัวชั่วคราวตามกระแสน้ำจืดในช่วงฤดูฝน มั่นใจไม่กระทบระบบนิเวศทางทะเลและวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง 14 พ.ค. 2569
- ผ่าทางตันกฎหมายไทย "อภิสิทธิ์" ชู "นวัตกรรมกฎหมาย" ปลดล็อกประเทศ เสนอตั้ง กมธ. วิสามัญ ทลายกำแพงระเบียบที่ล้าสมัย 14 พ.ค. 2569
- “อนุดิษฐ์” ชมนายกฯลงพื้นที่เกาะพะงันแก้ปัญหานอมินีต่างชาติ แต่เตือนปัญหาไม่ได้มีแค่พะงัน ซัดทุนต่างชาติบางกลุ่มกำลังจัดระบบเศรษฐกิจบนแผ่นดินไทย 14 พ.ค. 2569
- ฟรีแลนซ์กองถ่ายภาพยนตร์ จี้รัฐเร่งจัดระเบียบ รมว.จุลพันธ์ ส่งทีมรับเรื่อง แก้ปัญหา ให้คนทำงานเบื้องหลัง ประกอบอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรี - คุ้มครองสิทธิตามกฎหมายแรงงาน 14 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
รมช.มหาดไทย "โกแพ-วรศิษฎ์" ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน 18:43 น.- “อนุทิน” ยันคุยกัมพูชา ยึดตามกรอบหยุดยิง 68 ไม่เปิดด่าน 17:29 น.
- เดือด!! “กรวีร์“ ซัดกลุ่มปั่นข่าวโจมตี ภท. บิดเบือนร่าง พ.ร.บ.SEC สอดไส้ ยันร่างกฏหมายไม่มีกาสิโน แม้แต่บรรทัดเดียว และยังไม่ได้เสนอเข้าสภา 16:36 น.
- มท.2 “พลพีร์ สุวรรณฉวี” ร่วม Lunch Talk ราชรถ 2 “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ยกระดับศรีสะเกษสู่ “เมืองพลังงานสะอาด” จับมือภาคเอกชน ดัน Solar Rooftop ลดค่าไฟ สร้างความมั่นคงพลังงานท้องถิ่น เพื่อประชาชน 16:05 น.
- “ศุภมาส” ลุยบางลำพู กำชับควบคุมราคา “ชุดนัดเรียน” รับเทศกาลเปิดเทอม ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง สั่งคุมเข้มร้านค้าจัดโปรเกินจริง บังคับซื้อพ่วง สกัดสินค้าไม่ได้คุณภาพ ห้ามนำจำหน่ายเด็ดขาด 16:02 น.


