วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:11 น.

การเมือง

“สุภานันท์” ซัด ครม.ปัดตก พ.ร.บ.ลำไย ทำความหวังเกษตรกรกว่า 250,000 ครอบครัวพังทลาย ชี้ 5 ปีแห่งการต่อสู้สูญเปล่า จี้รัฐตอบเหตุใดเมินปัญหาราคาตกต่ำ หนี้สิน และความยากจนของชาวสวนลำไย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีร่างพระราชบัญญัติลำไย โดยระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากปัญหาสะสมของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในภาคเหนือและทั่วประเทศ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด และขาดระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนมาอย่างยาวนาน

น.ส.สุภานันท์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ พ.ร.บ.ลำไย คือการสร้างเสถียรภาพด้านราคา คุ้มครองรายได้ของเกษตรกร วางแผนผลผลิตทั้งระบบ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปและการส่งออก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเกษตรกรกับผู้ค้ารายใหญ่ และทำให้การช่วยเหลือจากภาครัฐมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

“เกษตรกรลำไยทั่วประเทศต้องผิดหวัง เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติไม่ส่งร่าง พ.ร.บ.ลำไย กลับเข้าสู่การพิจารณา ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 กำหนดให้รัฐบาลใหม่ต้องยื่นร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณาภายใน 60 วัน ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 คือวันที่ พ.ร.บ.ลำไย สูญเปล่า กว่า 5 ปีแห่งการผลักดันและการต่อสู้ของพี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่” น.ส.สุภานันท์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังระบุว่า การปัดตกกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่หายไป แต่เป็นความหวังของเกษตรกรกว่า 250,000 ครอบครัว บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 170,000 ไร่ ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่กำลังถูกปล่อยให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง

น.ส.สุภานันท์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเกษตรกรลำไยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำ และเมื่อไม่มี พ.ร.บ.ลำไย มารองรับ เกษตรกรก็ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่มีมาตรการหรือกลไกจากรัฐเข้ามาช่วยแทรกแซงเพื่อบรรเทาปัญหา

“การมี พ.ร.บ.ลำไย ไม่ใช่แค่เรื่องของผลไม้ชนิดหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชน” น.ส.สุภานันท์ กล่าว พร้อมตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า มีเหตุผลหรือบรรทัดฐานใดในการปัดตกกฎหมายฉบับนี้ และ พ.ร.บ.ลำไย ไม่มีความสำคัญต่อรัฐบาลเลยใช่หรือไม่”

น.ส.สุภานันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากวันนี้ยังไม่เริ่มวางระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ หนี้สิน และความยากจนของเกษตรกรก็จะเกิดขึ้นซ้ำทุกปี โดย พ.ร.บ.ลำไย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารจัดการพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เมื่อเกษตรกรอยู่ได้ เศรษฐกิจชุมชนก็อยู่ได้ และเมื่อเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ประเทศก็จะเข้มแข็งเช่นกัน

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง