วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:50 น.

การเมือง

“ดร.มหานิยม” ชี้วิสาขบูชาโลกสวนทางดราม่าวงการสงฆ์ไทย จี้รัฐหนุนงานพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ  

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.24 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ดร.มหานิยม เวชกามา ว่าที่หัวหน้าพรรคธรรมาธิปไตย แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์วงการพระพุทธศาสนาไทยในช่วงวันวิสาขบูชาโลก โดยระบุว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในเวทีนานาชาติ กำลังได้รับการยกย่องและสนับสนุนอย่างยิ่งใหญ่จากหลายประเทศ แต่ในประเทศไทยกลับเกิดภาพสะท้อนที่สวนทาง ทั้งในมิติของการสนับสนุนงบประมาณ และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ภายในประเทศ

ดร.มหานิยม กล่าวว่า งานวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 พฤษภาคม ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะเจ้าภาพหลัก และจะมีการจัดต่อเนื่องที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ในวันที่ 29 พฤษภาคมนั้น ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนบทบาทของพระพุทธศาสนาไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส เป็นประธานจัดงานถาวร และพระพรหมวชิรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ทำหน้าที่เลขานุการจัดงาน โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยมักเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในฐานะเจ้าภาพร่วม แต่ปีนี้กลับไม่มีการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ตกอยู่กับ มจร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

“งานระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและภาพลักษณ์ของประเทศไทย รัฐบาลควรให้ความสำคัญมากกว่านี้ ต้องจับตาว่าสุดท้ายแล้วนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วม หรือมอบหมายตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมในระดับใด” ดร.มหานิยม กล่าว

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์ไทย โดยระบุว่า ขณะที่พระธรรมทูตไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลก เช่น กรณีพระมหาประเสริฐ ปญฺญาวโร สายวัดสระเกศ ซึ่งได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมกถาในรัฐสภาสกอตแลนด์ ถือเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกของพระพุทธศาสนาไทยในสายตานานาชาติ แต่ในประเทศกลับเกิดกระแสตรวจสอบและกดดันต่อวัดและพระสงฆ์ในหลายพื้นที่

กรณีล่าสุด คือ การลงพื้นที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบวัดป่าชนะใจ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในประเด็นการก่อสร้างในพื้นที่ป่าสงวนและเขต ส.ป.ก. ซึ่งดร.มหานิยม ระบุว่า การตรวจสอบสามารถทำได้ตามกระบวนการกฎหมาย แต่ควรดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกันและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ดร.มหานิยม มองว่า ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ของ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนใหม่ ซึ่งเริ่มปรับโครงสร้างและดึงบุคลากรจากหลายหน่วยงาน อาทิ ป.ป.ท. สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงาน ก.พ. เข้ามาช่วยวางระบบการทำงาน

พร้อมฝากความหวังว่า ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน และสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันพระพุทธศาสนาไทยในระยะยาว

“วันนี้ชาวพุทธทั่วโลกกำลังร่วมเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่ ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาเถรวาท ควรแสดงบทบาทเชิงรุก ทั้งการสนับสนุนงานระดับโลก และการสร้างความเป็นธรรมให้กับคณะสงฆ์ในประเทศควบคู่กันไป” ดร.มหานิยม กล่าวทิ้งท้าย

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง