วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:06 น.

การเมือง

“อนุทิน” ปลุกทีมไทยแลนด์ยุโรป เร่งเกมรุกการทูต ดัน FTA ไทย-EU ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.11 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ทีมไทยแลนด์ยุโรป ระหว่างประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยประจำ 24 ประเทศในยุโรป ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยย้ำชัดว่า โลกยุคใหม่ ไทยจะรอไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเดินเกมการทูตเชิงรุก ที่สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับมาถึงประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง ร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยในยุโรปแบบเต็มรูปแบบ ใช้เวลาหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การศึกษา และความมั่นคงระหว่างประเทศ

หนึ่งในภารกิจสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดัน คือ การปิดดีล FTA ไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็น “ประตูเศรษฐกิจ” สำคัญของไทยในอนาคต เพราะหากสำเร็จ จะช่วยลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้า และเปิดตลาดยุโรปให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดระดับพรีเมียมได้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลกำลังปรับวิธีทำงานใหม่ ให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันในรูปแบบ “คลัสเตอร์” ทั้งภาครัฐ BOI กระทรวงเศรษฐกิจ และทีมทูตไทยในต่างประเทศ เพื่อเร่งสปีดการเจรจา และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลก

สิ่งที่น่าสนใจคือ เสียงสะท้อนจากเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ต่างมองตรงกันว่า ประเทศไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์โลกอีกครั้ง เพราะวันนี้ไทยไม่ได้ถูกมองแค่ฐานการผลิตราคาถูกอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ ของโลก โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลังปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่

รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันการทูต 2.0 หรือการทูตที่จับต้องได้ เน้นผลลัพธ์จริง ครอบคลุมทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และมนุษยธรรม เพื่อให้การต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เชื่อมโยงกลับมาสู่โอกาสของประชาชนไทยโดยตรง

อีกหนึ่งเป้าหมายใหญ่ คือ การเร่งพาประเทศไทยเข้าสู่ OECD ให้เร็วขึ้น จากเดิมวางกรอบไว้ 5 ปี เหลือเพียง 3 ปี ผ่านการยกระดับกฎหมาย มาตรฐานเศรษฐกิจ และกติกาการลงทุนให้เป็นสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยังชูจุดแข็งของไทยในฐานะ “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารและพลังงานแห่งอนาคต” โดยระบุว่า หลายประเทศอาเซียนกำลังให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างมาก และไทยมีศักยภาพพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาค

พร้อมกันนี้ ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพเวทีระดับโลกหลายรายการ ทั้ง Gastech 2026 งานด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก การประชุม World Bank–IMF Annual Meetings 2026 และ Global Wellness Summit ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สร้างภาพลักษณ์ และยกระดับบทบาทไทยบนเวทีโลก

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยมีศักยภาพครบทั้งเสถียรภาพ โครงสร้างพื้นฐาน ภาคเอกชน และทำเลยุทธศาสตร์ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันในรูปแบบ “ทีมไทยแลนด์” ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของเศรษฐกิจโลกได้อย่างแน่นอน 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง