วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:32 น.

การเมือง

“อนุทิน” ดึง Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales, IN Groupe บิ๊กผู้ประกอบการฝรั่งเศสลงทุนไทย ดันเป็นฮับการบินสมัยใหม่ ยกระดับพลังงานสะอาด-AI-EV 

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.03 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าภารกิจเศรษฐกิจที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส หารือภาคเอกชนฝรั่งเศสและบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อเชิญชวนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ทั้งพลังงานสะอาด ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า การบิน ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่

นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับ MEDEF International สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมีผู้แทนภาคเอกชนฝรั่งเศสกว่า 38 บริษัทเข้าร่วม สะท้อนความสนใจของนักลงทุนฝรั่งเศสต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทย และโอกาสการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็น “Moment to Invest in Thailand” หรือช่วงเวลาสำคัญของการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทาน แรงงานคุณภาพ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติ โดยรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกให้การลงทุนยุทธศาสตร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส 5 ราย ได้แก่ Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales และ IN Groupe เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ศูนย์ดิจิทัลการบิน AI Glasses วัสดุขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ EV ระบบความมั่นคงไซเบอร์ และ Digital ID ภาครัฐ

สำหรับ Airbus มีแผนใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำคัญด้านเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่และการพัฒนาบุคลากร ขณะที่ EssilorLuxottica ตัดสินใจขยายการลงทุนผลิตแว่นตาอัจฉริยะ หรือ AI Glasses ในไทย ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับสินค้าไฮเอนด์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยได้เชิญชวน Imerys ผู้นำด้านวัสดุขั้นสูง เข้ามาลงทุนผลิต Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่ EV เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ส่วน Thales และ IN Groupe ได้เสนอความร่วมมือด้าน Cybersecurity, Biometrics และ Digital ID เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เป็นฐานรองรับอุตสาหกรรมขั้นสูง พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด อำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และผลักดันโครงการ Thailand FastPass เพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติและออกใบอนุญาตสำหรับโครงการลงทุนสำคัญ

นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า การเจรจา FTA ไทย-EU และกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจ กฎหมาย และความเชื่อมั่นของประเทศให้ทัดเทียมสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนของยุโรปในระยะยาว

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสถือเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยในสหภาพยุโรป โดยช่วงที่ผ่านมา บริษัทฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยแล้วเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 29,000 ล้านบาท ขณะที่คณะผู้แทน MEDEF International มีกำหนดเดินทางเยือนไทยในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง