วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 00:57 น.

การเมือง

กมธ.ไอซีทีวุฒิสภา เดินหน้าผลักดัน "โครงการดินขับจรวดแห่งชาติ" จับมือเอกชนหนุนไทยสู่อุตสาหกรรมอวกาศ ยกระดับเทคโนโลยีประเทศชาติบนเวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.

คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา นำโดยนายนพดล พริ้งสกุล รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษานวัตกรรมด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารเพื่ออนาคต พร้อมด้วยนายชิบ จิตนิยม โฆษกคณะกรรมาธิการ และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569 เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงขับดันจรวด โดยมีพลเอกวัฒนา นาราคาม ประธานกรรมการบริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด (NRC) ให้การต้อนรับและร่วมหารือ 

นายชิบ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า บริษัท NRC ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการเป็นฐานการผลิตยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงของภาคเอกชนไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานภาคพลเรือน (Dual Use) ทั้งนี้ บริษัทมีประสบการณ์ด้านการผลิตกระสุนและยุทโธปกรณ์ให้กองทัพมาอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้ผลิตชนวนท้าย (Primer) รายแรกของประเทศไทย และมีระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 รวมถึงผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงกลาโหมหลายรายการ

โดยในการหารือ ที่ประชุมได้เสนอแนวคิดว่าเทคโนโลยีดินขับจรวดที่ใช้เพื่อการป้องกันประเทศนั้น สามารถต่อยอดสู่ระบบส่งดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellite Launch Vehicle) ได้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน แตกต่างเพียงการออกแบบให้เหมาะสมกับภารกิจด้านอวกาศ โดยประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านดินขับจรวดสั่งสมอยู่แล้วในหลายหน่วยงาน ทั้งกองทัพอากาศ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) โรงงานวัตถุระเบิดทหาร และศูนย์วิจัยด้านจรวดและอาวุธ จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ หากแต่ควรบูรณาการองค์ความรู้ที่มีอยู่เข้ากับศักยภาพของภาคเอกชน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วน ทั้งโรงงานผสมดินขับ เครื่องผสมขนาดใหญ่ ระบบหล่อและขึ้นรูป เครื่องทดสอบแรงขับ ห้องปฏิบัติการ ระบบ X-Ray และอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพ ตลอดจนสนามทดสอบจรวด ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาเชื้อเพลิงจรวดและระบบส่งดาวเทียมได้ทันที หากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณจากภาครัฐ

นายชิบ กล่าวอีกว่า จากข้อสรุปดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯ เตรียมผลักดัน โครงการดินขับจรวดแห่งชาติ เพื่อรองรับทั้งมิติความมั่นคงและอุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมจัดตั้งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลิตในประเทศ รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาดินขับจรวดมาตรฐานอวกาศสำหรับภารกิจส่งดาวเทียมไทยโดยเฉพาะ โดยรวมถึงเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ การผลิต และการขนส่งวัตถุพลังงานสูง ให้เอื้อต่อการวิจัยภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า และการจัดตั้งสนามทดสอบและศูนย์ทดสอบจรวดมาตรฐานแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการออกแบบ ผลิต และส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศด้วยเทคโนโลยีของคนไทยเอง

"สิ่งที่คณะกรรมาธิการฯ อยากเห็นต่อจากนี้คือการผลักดันให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่แค่การหารือ แต่ต้องมีกลไกสนับสนุนที่จับต้องได้ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว" นายชิบ กล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ประเทศไทยมีองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านดินขับจรวดอยู่ในระดับที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบส่งดาวเทียมได้ หากมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย พร้อมการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐบาลอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมอวกาศและความมั่นคงที่พึ่งพาตนเองได้

"ผมมองว่าประเทศไทยพร้อมกว่าที่หลายคนคิด สิ่งที่ขาดไม่ใช่องค์ความรู้หรือบุคลากร แต่คือนโยบายที่ชัดเจนและงบประมาณที่ต่อเนื่อง หากรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง โครงการดินขับจรวดแห่งชาติจะไม่ใช่แค่ความฝัน แต่จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ไทยพึ่งพาตนเองได้ทั้งด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมอวกาศ" นายนพดล กล่าว

ด้านพลเอกวัฒนา ประธานกรรมการ NRC ในฐานะเจ้าภาพต้อนรับคณะในครั้งนี้ ได้ยืนยันความพร้อมของบริษัทที่จะเดินหน้าร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตดินขับจรวดสำหรับภารกิจส่งดาวเทียมของประเทศไทย พร้อมระบุว่า NRC มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของภาคเอกชนไทยในการผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศและความมั่นคงของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง