วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 00:57 น.

การเมือง

“อนุทิน” หารือผู้นำเวียดนาม กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ดันการค้า  เสริมความมั่นคง 

วันจันทร์ ที่ 08 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.05 น.

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยมี นายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ให้การต้อนรับ พร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้หารือเต็มคณะ โดยนายอนุทินกล่าวขอบคุณรัฐบาลเวียดนามที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่า การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี และเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและเวียดนามเป็นสองประเทศสำคัญของอาเซียนที่มีศักยภาพสูง หากสามารถผสานจุดแข็งระหว่างกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคง และความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค จะช่วยยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และทำให้ทั้งสองประเทศ “เติบโตไปด้วยกัน” อย่างมั่นคงและยั่งยืน การหารือครั้งนี้มีคณะผู้แทนจากหลายกระทรวงของทั้งสองประเทศเข้าร่วม โดยฝ่ายไทยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้านต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ กลาโหม การท่องเที่ยวและกีฬา พลังงาน อุตสาหกรรม รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมคณะ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อผลักดันผลการหารือไปสู่การปฏิบัติจริง โดยคาดหวังให้มีการประชุมภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพ

ด้านเศรษฐกิจ ไทยและเวียดนามตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ Three Connects ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศในภูมิภาค

และยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายเวียดนามรับทราบข้อเสนอและอุปสรรคด้านการค้า-การลงทุนที่ภาคเอกชนไทยสะท้อน และพร้อมอำนวยความสะดวกให้การลงทุนระหว่างกันเดินหน้าได้มากขึ้น

ในมิติความมั่นคง ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือผ่านกลไกด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การดูแลความมั่นคงทางทะเล และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของภูมิภาค

นอกจากนี้ เวียดนามยังชื่นชมบทบาทของไทยในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในเมียนมา และเห็นพ้องกับไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านคมนาคม ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง และการสร้างอาเซียนให้มีเอกภาพ สามารถมีบทบาทและอำนาจต่อรองในเวทีโลกได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยเห็นว่าความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และมิตรภาพระหว่างประชาชน จะเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในระยะยาว

การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม จากมิตรประเทศในอาเซียน สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง