วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:15 น.

การเมือง

“สว.ชิบ” หนุนเปลี่ยน “ขยะ” เป็น “ทองคำ” สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.30 น.

ขยะทองคำ ! “สว.ชิบ” ปลุกรัฐสภาตื่นตัวรับมือโลกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ชี้ขยะอาจเป็นทรัพยากรที่ต้องแย่งกัน แนะเปลี่ยนภาระเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมยกโมเดลท่าฉางหนุนพลังงานชีวมวลสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

‎รัฐสภา 9 มิถุนายน 2569 – ในการประชุมวุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายสนับสนุนรายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่ออากาศสะอาดที่เป็นธรรมและยั่งยืนของประเทศไทย กรณีศึกษาประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล โดยยกผลการศึกษาดูงานของคณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ณ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันงานวิจัยด้านพลังงานสะอาดสู่ภาคปฏิบัติ และสร้างความชัดเจนด้านนโยบายพลังงานในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ‎‎บรรยากาศการอภิปรายมีสีสันตั้งแต่ช่วงต้น เมื่อ นายชิบ กล่าวเชิงเปรียบเปรยว่า “ถ้ามีคนบอกว่าท่านแก่แบบกะโหลกกะลา ขอให้ภูมิใจนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้กะลามะพร้าว กะลาปาล์ม กลายเป็นวัตถุดิบที่มีค่าอย่างมากในกระบวนการผลิตไฟฟ้าชีวมวล” นายชิบกล่าว

‎‎นายชิบ กล่าวว่า คำเปรียบเปรยดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกในปัจจุบัน จากเดิมที่ขยะและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรถูกมองเป็นภาระ กลับกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‎‎นายชิบ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานที่บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพลังงานชีวมวลรายสำคัญของภาคใต้ พบว่า โรงไฟฟ้าสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้ารวม 9 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ‎‎นอกจากนี้ โรงงานยังสามารถสะสมคาร์บอนเครดิตได้มากกว่า 400,000 ตัน สะท้อนบทบาทของพลังงานชีวมวลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนยังเลือกเก็บคาร์บอนเครดิตไว้ เนื่องจากมองว่าความต้องการซื้อในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น

‎‎โดยนายชิบ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ทั้งเอลนีโญและลานีญา อาจส่งผลต่อปริมาณวัตถุดิบในอนาคต

‎‎“วันนี้เราไม่ได้กำลังพูดถึงการกำจัดขยะ แต่กำลังพูดถึงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากร เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นพลังงาน และเปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ” นายชิบ กล่าว

‎‎นายชิบ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคต “ขยะ” อาจกลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงจนเกิดการแข่งขันแย่งชิงกันในตลาด เช่นเดียวกับกรณีของวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่นำขวดพลาสติกใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นเส้นใยผลิตจีวรพระจนสร้างมูลค่าเพิ่มได้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันกลับประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต

‎‎นายชิบ ยังสะท้อนว่า ประเทศไทยมีผลงานวิจัยด้านพลังงานสะอาดจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกสนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง ทำให้งานวิจัยจำนวนไม่น้อยยังคงอยู่บนหิ้ง ทั้งที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

‎‎“งานวิจัยด้านพลังงานสะอาดจำนวนมากยังอยู่บนหิ้ง ทั้งที่สามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศได้จริง” นายชิบ กล่าว

‎‎นายชิบ เสนอให้รัฐบาลเร่งสร้างเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายพลังงานชีวมวล ส่งเสริมการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยไปขยายผลร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่

‎‎นายชิบ ยังเสนอให้ภาครัฐเปิดพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการรับรู้ข้อมูลอย่างรอบด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลทั้งด้านประโยชน์ ความเสี่ยง และมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ก่อนการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต เราต้องเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นความมั่นคงทางพลังงาน และเปลี่ยนงานวิจัยบนหิ้งให้เป็นประโยชน์ที่ประชาชนจับต้องได้” นายชิบ กล่าว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง