วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 01:37 น.

การเมือง

ปชป. เปิดฉากสัมมนาหาดใหญ่ ‘อภิสิทธิ์’ กาง 4 พิมพ์เขียวถกรับมือบิ๊กอุทกภัย หวั่นปมน้ำท่วมลามสู่ชนวนการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

เอกชนโอดเกณฑ์สินเชื่อเข้มงวดซ้ำเติมเศรษฐกิจ ขณะที่ ‘ชวน’ ถอดบทเรียนหมื่นล้าน จี้เลิกโยกย้ายข้าราชการตอบสนองการเมือง-แนะผู้ว่าฯ นั่งบัญชาการชี้ขาด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์เปิดฉากเวทีสัมมนา สส. ที่นครหาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ฟ้าใต้.. ฟ้าใสไปด้วยกัน” ดึงทุกภาคีเครือข่ายหลากมิติตั้งวงระดมสมองถอดบทเรียนอุทกภัยปี 68 หวังล้อมคอกปัญหาก่อนน้ำหลากทะลัก ‘อภิสิทธิ์’ กาง 4 โรดแมปหลัก สั่งเอ็กซเรย์สถานะงบประมาณฉุกเฉินเฉพาะหน้า-ทวงถามมาตรการเยียวยา พร้อมก้าวข้ามช็อตปูวิสัยทัศน์ร่วมกับเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว หวังสร้างโอกาสใหม่ให้พื้นที่ภาคใต้ วอนทุกฝ่ายอย่าแปรเปลี่ยนความเดือดร้อนประชาชนเป็นเกมการเมือง ขณะที่ ‘ชวน หลีกภัย’ ร่วมถอดบทเรียนประวัติศาสตร์งบหมื่นล้าน ชี้หาดใหญ่คือศูนย์รวมสรรพกำลังระบายน้ำที่พร้อมที่สุด สวนเจ็บปมมหาดไทยโยกย้ายผู้ว่าฯ สนองประโยชน์เลือกตั้งจนทำลายกลไกบริหารวิกฤต

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดงานสัมมนา สส. และสมาชิกพรรคขึ้นภายใต้หัวข้อ “ฟ้าใต้.. ฟ้าใสไปด้วยกัน” โดยในช่วงเช้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธานเปิดเวทีระดมความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ อาทิ สมาคมโรงแรม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ สภาเศรษฐกิจ สมาพันธ์เอสเอ็มอี (SMEs) ตลอดจนตัวแทนมูลนิธิในพื้นที่ รวมถึงนักวิชาการและผู้แทนเยาวชนนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาหลักในพื้นที่ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกแป้น" นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ร่วมชี้แจงสถานการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและเสียงสะท้อนจากเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 นำไปสู่การวางมาตรการรองรับและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนครั้งนี้ว่า การสัมมนาจะมุ่งเน้นความกระชับและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ โดยตนตั้งใจจะหยิบยกขึ้นมาหารือใน 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 การตรวจสอบเรื่องการเยียวยาและการฟื้นฟูความเสียหาย โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชน และมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูต่างๆ ว่าสถานะในขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร เพราะจากการติดตามที่ผ่านมาได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงว่าบางเรื่องรัฐบาลได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจำเป็นต้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

ประเด็นที่ 2 การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งในขณะนี้เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนและหน้าสื่อมวลชนอย่างมาก โดยเฉพาะการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของงบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของงบประมาณฉุกเฉินที่มีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพื้นที่จะมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับมือกับอุทกภัย

ประเด็นที่ 3 การเตรียมตัวเมืองเพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ในอนาคตระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญระดับโครงสร้างพื้นฐานที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันก่อนหน้านี้ ว่ามีโครงการใดบ้าง และมีเรื่องไหนที่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะสามารถนำไปขับเคลื่อน เรียกร้อง หรือผลักดันเพิ่มเติมในชั้นนิติบัญญัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากขึ้น

และ ประเด็นที่ 4 ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงและลดทอนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ ควบคู่ไปกับการแสวงหาทิศทางการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในทางเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องชาวหาดใหญ่และพี่น้องชาวใต้ทุกคน โดยข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์จะทำการประมวลและรวบรวมเพื่อนำเสนอส่งต่อยอดไปยังรัฐบาลให้เร่งพิจารณาต่อไป

ในมิติการเยียวยาพื้นที่ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนดำเนินไปได้ส่วนใหญ่แล้ว แต่ยังคงมีประชาชนที่ตกหล่นตกค้างอีกราว 1,000 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำร้องเนื่องจากต้องอาศัยการตีความทางข้อกฎหมาย ขณะที่ นายอดิศักดิ์ รัตนะ ตัวแทนภาคประชาชน สะท้อนมุมมองว่า วงเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจำนวน 9,000 บาทนั้นไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และพบปัญหาว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งงดจ่ายเงินช่วยเหลือภัยพิบัติตั้งแต่ปี 2567 โดยอ้างว่าไม่มีผู้เรียกร้อง ซึ่งคาดว่าในภาพรวมทั้งจังหวัดสงขลายังคงมีประชาชนที่ไม่ได้รับเงินเยียวยากว่า 4,000 คน

ขณะที่ภาคเศรษฐกิจ นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ ได้เปิดเผยถึงอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงแหล่งทุนของภาคธุรกิจว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการพักชำระดอกเบี้ย 6 เดือน และพักเงินต้น 1 ปี พร้อมทั้งอัดฉีดสภาพคล่องผ่านธนาคารรัฐ แต่ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการยังคงเข้าถึงสินเชื่อได้ยากลำบาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงใช้เกณฑ์เข้มงวดในการตรวจสอบเครดิตบูโร จึงอยากเสนอให้ภาครัฐผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเข้าไปตรวจสอบอัตราความสำเร็จในการอนุมัติสินเชื่อจริงของธนาคารต่างๆ เพราะหากไม่มีการปรับแก้ มาตรการนี้จะกลายสภาพเป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันได้ครบกำหนดการพักชำระดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว แต่บรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยวในหาดใหญ่และสงขลายังซบเซา กำลังซื้อหดหาย ประกอบกับในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน (พฤศจิกายน) จะครบกำหนดการพักชำระเงินต้น 1 ปีพอดี ภาคธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมจึงมีความกังวลสูงและต้องการให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความเชื่อมั่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ด้านท้องถิ่น นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ชี้แจงถึงการเตรียมความพร้อมว่า ทางเทศบาลได้ดำเนินการขุดลอกคูคลองไปแล้วกว่า 220 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 430 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดประมูลเพื่อจัดสรรงบประมาณอีก 50 ล้านบาท ในการขุดลอกเพิ่มเติมอีก 80 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมขังข้ามคืนเช่นเดียวกับสถานการณ์ในจังหวัดอื่น อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าขณะนี้เงินสะสมของเทศบาลนครหาดใหญ่แห้งขอดลงแล้ว และยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากงบกลางของรัฐบาล ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น หากได้รับการสนับสนุนงบกลางราว 200 ล้านบาทเพื่อซ่อมแซมยานพาหนะเครื่องจักร และอีก 70 ล้านบาทสำหรับงานขุดลอกคูคลอง ก็น่าจะเพียงพอต่อการรับมือภัยพิบัติ

นอกจากนี้ กลุ่มนักวิชาการและผู้แทนเยาวชน นำโดย อาจารย์พัตรธีรา สุวรรณวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และ นายนวพล เพ็ชรทูล ตัวแทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ร่วมสะท้อนความต้องการว่า อยากให้รัฐบาลและท้องถิ่นเร่งสำรวจและจัดทำแผนที่พื้นที่ปลอดภัยหรือพื้นที่สูงเพื่อรองรับการอพยพ รวมถึงกำหนดหาดใหญ่โมเดลให้มีความชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ทราบจุดอพยพและขั้นตอนการขนย้ายสิ่งของอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลข่าวสารยังมีความสับสน และสถาบันการศึกษาหลายแห่งยังขาดการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาครัฐจนต้องบริหารจัดการภัยพิบัติกันเอง 

ส่วน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอว่าจุดอ่อนของ "หาดใหญ่โมเดล" ในปัจจุบันคือการขาดระบบการเตือนภัยและสถานที่อพยพที่เป็นเอกภาพ จึงเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมานั่งเป็นประธานและเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกัน พร้อมทั้งเสนอให้ปลดล็อกข้อระเบียบที่เป็นอุปสรรคและพิจารณากำหนดผังเมืองใหม่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการก่อสร้าง เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ของเมืองหาดใหญ่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ

ขณะเดียวกัน นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมถ่ายทอดข้อสังเกตและประสบการณ์เชิงประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ รวมถึงได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีจุดใดที่มีความพร้อมด้านกลไกและทรัพยากรเท่ากับหาดใหญ่อีกแล้ว เนื่องจากเป็นที่ตั้งของทั้งสำนักงานชลประทาน ตลอดจนมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่จึงมิใช่เรื่องการขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของพื้นที่ แต่ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นเพิ่งย้ายมาจากกระบี่ได้เพียง 3 เดือน จึงยังไม่มีความเชี่ยวชาญในภูมิประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผลพวงของการบริหารงานของกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการโยกย้ายข้าราชการปกครองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หวังเพียงผลการเลือกตั้งโดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องศักยภาพการรับมือวิกฤตของพื้นที่ ความเดือดร้อนจึงตกแก่ประชาชน

สำหรับกำหนดการในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าสู่การสัมมนาภายในของ สส. และสมาชิกพรรค โดย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ได้ชี้แจงรายงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานพรรคและงานนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการวางกรอบภารกิจของพรรคในระบบรัฐสภาสำหรับสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 โดยมี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้สรุปภาพรวมและกล่าวปิดการสัมมนาอย่างเป็นทางการต่อไป
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง