วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 05:41 น.

การเมือง

กระทรวงเกษตรฯ ชูผลงาน 90 วัน  ชูนวัตกรรมเกษตรยั่งยืน มุ่งลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย และเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างเป็นระบบ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ในรอบ 90 วันที่ผ่านมา  ภายในงาน แถลงวิสัยทัศน์ THAILAND² (ไทยแลนด์ สแคว)  ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มุ่งเน้นในการวางรากฐานระยะยาวเพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศอย่างเป็นระบบ และรับมือต่อความท้าทายจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ตลอดจนปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับข้าวไทย ส่งเสริมให้เกษตรใช้ข้าวพันธุ์ใหม่ (กข 113 และ กข 119)ที่ให้ผลผลิตสูงและใช้น้ำน้อย พร้อมส่งเสริมการปลูกแบบ "เปียกสลับแห้ง" ซึ่งเป็นวิธีแบบคาร์บอนต่ำ โดยจากการนำร่องใน 25 จังหวัด พบว่าสามารถลดต้นทุนได้ถึงร้อยละ 24 และเพิ่มผลผลิตได้อีกร้อยละ 10 พร้อมตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 5 แสนไร่ ภายในปีหน้า (2570) 

โดยในด้านการบริหารจัดการน้ำเร่งรัดการเพิ่มแหล่งน้ำชุมชนและเชื่อมโยงระบบชลประทาน รวมถึงการเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ครอบคลุม 59 จังหวัด ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกว่า 2.5 ล้านไร่ พร้อมเร่งรัดโครงการแก้ไขอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี 

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าการขับเคลื่อนด้วยแนวคิดตลาดนำการผลิต และปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฏหมาย โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหาร (สพร.) เพื่อกวาดล้างสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 146 คดี รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท พร้อมเร่งเจรจาเพื่อเปิดประตูและแก้ไขปัญหาการค้าสินค้าเกษตร เช่น การเจรจากับมาเลเซียเพื่อกลับมาส่งออกกุ้งให้ได้ภายใน 30 วัน ควบคู่ไปกับการลดขั้นตอนขั้นตอนภาครัฐที่ซ้ำซ้อน  เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และข้อมูลที่แม่นยำ และช่วยให้การทำการเกษตรและการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อาการเปลี่วนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เป็น โฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุนได้จริง 

นอกจากนี้ยังร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในการพักหนี้ให้กับเกษตรกรไปแล้วกว่า 8,900 ราย วงเงินกว่า 940 ล้านบาท และลดมูลหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ลงได้กว่า 9,300 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงของประเทศต้องเริ่มจากความมั่นคงในชีวิตของเกษตรกร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อไป

ขณะที่นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอด 90 วันที่ผ่าน กรมประมงได้ส่งเสริมในการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำลงสู่แหล่งธรรมชาติกว่า 200 ล้านตัวเพื่อดูแลชาวประมง และยังได้จัดหาแหล่งเงินกู้ วงเงิน 600 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนม  

โดยในส่วนนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า กว่า 90 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของเกษตร พร้อมได้ส่งเสริมรวมถึงการส่งเสริมการใช้ "แหนแดง" ทดแทนปุ๋ยยูเรียเพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาปุ๋ยแพง และยังเดินหน้าเจรจาเพื่อลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสหกรณ์การเกษตรจากกว่าร้อยละ 7 ให้เหลือไม่เกินร้อนละ 3 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอีกด้วย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง