วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 01:01 น.

การเมือง

วิเคราะห์กฎหมาย: คำวินิจฉัย กกต.คดี "นักฟุตบอลอาวุโส" ถูกตั้งคำถามหนัก หลังรับฟังเหตุผล "ลืมแว่น" ไม่ได้อ่านก่อนเซ็น

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.44 น.

กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้องผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งลงนามรับรองเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ที่ระบุประสบการณ์เป็น "นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส" ระหว่างปี พ.ศ. 2527-2547 โดยผู้สมัครชี้แจงว่าไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความดังกล่าว เจ้าหน้าที่เป็นผู้บันทึกข้อมูลและเติมคำว่า "อาวุโส" ลงไปเอง อีกทั้งขณะลงนามไม่ได้สวมแว่นตา จึงไม่ได้อ่านข้อความก่อนลงลายมือชื่อ กำลังกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการใช้ดุลพินิจของ กกต. และความรับผิดของผู้ลงนามรับรองเอกสารราชการ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยคำวินิจฉัย กกต. ที่ 251/2567 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครอาจไม่สอดคล้องกับข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้ "นักกีฬาอาวุโส" ต้องมีอายุ 35 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

เมื่อคำนวณอายุของบุคคลดังกล่าว ซึ่งมีอายุ 61 ปี ในปี 2567 จะพบว่า ในปี พ.ศ. 2527 มีอายุเพียงประมาณ 21 ปี และจะมีอายุครบ 35 ปีในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2541

ดังนั้น จึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่บุคคลดังกล่าวจะเป็น "นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส" ตลอดห้วงเวลา พ.ศ. 2527-2547 ตามที่ปรากฏในใบแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) เพราะตามข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย สถานะนักกีฬาอาวุโสเกิดขึ้นได้เฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปเท่านั้น ส่งผลให้ช่วงเวลาที่สามารถนับเป็นนักกีฬาอาวุโสได้จริงเหลือเพียงประมาณ 6 ปี คือช่วงปี พ.ศ. 2541-2547 ไม่ใช่ 20 ปีตามที่ระบุไว้ในเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครชี้แจงต่อ กกต. ว่า ตนแจ้งเพียงว่าเป็น "นักฟุตบอล" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527-2547 ส่วนคำว่า "อาวุโส" เป็นข้อความที่เจ้าหน้าที่ผู้บันทึกข้อมูลเติมลงไปเอง และในวันที่ลงนามรับรองเอกสาร ตนไม่ได้สวมแว่นตา จึงไม่ได้อ่านข้อความก่อนลงลายมือชื่อ

กกต. รับฟังคำชี้แจงดังกล่าว รวมทั้งคำให้การของเจ้าหน้าที่ผู้บันทึกข้อมูล ก่อนมีมติยกคำร้อง โดยเห็นว่าไม่มีการกระทำผิด

อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยดังกล่าวได้ก่อให้เกิดคำถามในทางกฎหมาย เนื่องจากโดยหลักทั่วไป ผู้ลงลายมือชื่อรับรองเอกสารย่อมมีหน้าที่ตรวจสอบข้อความในเอกสารก่อนลงนาม การอ้างว่าไม่ได้อ่านข้อความเพราะไม่ได้สวมแว่นตา โดยลำพังไม่ได้ทำให้หน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารสิ้นสุดลง ผู้ลงนามสามารถขออ่านเอกสาร ขอให้เจ้าหน้าที่อ่านให้ฟัง หรือขอแก้ไขข้อความก่อนลงลายมือชื่อได้

นักกฎหมายหลายฝ่ายเห็นว่า หากข้อมูลที่รับรองไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และพิสูจน์ได้ว่าผู้ลงนามทราบหรือยินยอมให้มีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ก็อาจมีประเด็นให้พิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ต้องอาศัยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเจตนาเป็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยของ กกต. เองก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการละเลยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญ เช่น ความหมายของคำว่า "นักกีฬาอาวุโส" ตามข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือไม่ได้ให้เหตุผลอย่างเพียงพอว่าทำไมจึงรับฟังคำอธิบายดังกล่าว ก็อาจเป็นประเด็นที่สามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้ดุลพินิจได้

ในทางกฎหมาย หากต่อมามีพยานหลักฐานปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ จงใจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ก็อาจเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การพิจารณาความรับผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดดังกล่าวต้องอาศัยการพิสูจน์องค์ประกอบความผิดและเจตนาตามกระบวนการยุติธรรม ไม่อาจสรุปได้จากข้อถกเถียงหรือความเห็นต่างต่อคำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว

กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร สว. เท่านั้น แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารของ กกต. ว่า เมื่อผู้สมัครลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสารแล้ว การอ้างว่า "ไม่ได้อ่านเพราะลืมแว่น" ควรเป็นเหตุให้พ้นจากความรับผิดหรือไม่ และมาตรฐานดังกล่าวจะถูกใช้กับผู้สมัครทุกรายอย่างเสมอภาคหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมและนักกฎหมายยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง