การเมือง
“อนุทิน” เปิดเวทีธุรกิจไทย–อินโดฯ ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ลงนาม MOU 4 ฉบับ เชื่อมตลาดกว่า 350 ล้านคน พร้อมเปิดตัว “กสิกรไทย อินโดนีเซีย”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Indonesia–Thailand Business Forum ภายใต้หัวข้อ “Advancing the Indonesia–Thailand Strategic Partnership: Building Integrated Value Chains in Industry, Services, and Halal Economy” ซึ่งจัดโดยหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย ร่วมกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย หรือ KADIN Indonesia โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 300 คน
นายกรัฐมนตรีเสนอให้ไทยและอินโดนีเซียยกระดับความสัมพันธ์จากการเป็นเพียง “คู่ค้า” ไปสู่ “หุ้นส่วนร่วมสร้าง” เชื่อมโยงการผลิต การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่ง และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและอินโดนีเซียควรเชื่อม “แผ่นดินใหญ่–หมู่เกาะ” เข้าด้วยกัน โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต ขณะที่อินโดนีเซียเป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่และประตูเศรษฐกิจทางทะเล ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่ลึกซึ้งขึ้นจึง “ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น”
“ภาครัฐต้องลดอุปสรรค สร้างความเชื่อมั่น และทำให้กติกาชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนลงทุนและสร้างนวัตกรรมได้เต็มศักยภาพ”
ปัจจุบัน ไทยและอินโดนีเซียมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองประเทศมีประชากรรวมกันกว่า 350 ล้านคน จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
นายกรัฐมนตรีเสนอความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 4 ด้านหลัก ได้แก่
1.ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจฮาลาล พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าฮาลาลให้ครบวงจร ยกระดับมาตรฐานและระบบรับรอง เพื่อขยายตลาดอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก
2.โลจิสติกส์ คมนาคม และดิจิทัล
ลดต้นทุนทางการค้า เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มการเดินทางระหว่างกัน รวมถึงสนับสนุนเส้นทางบินกรุงเทพฯ–จาการ์ตา และภูเก็ต–บาหลี ตลอดจนต่อยอดการลงทุนของสายการบิน Thai Lion Air ในประเทศไทย
3.การเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล ต่อยอดความร่วมมือของธนาคารไทยในอินโดนีเซีย เชื่อมระบบชำระเงิน PromptPay–QRIS และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น
4.พลังงานและเศรษฐกิจสีเขียว
ร่วมพัฒนาพลังงานสะอาดและรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และดาต้าเซ็นเตอร์
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสำเร็จของความสัมพันธ์ไทย–อินโดนีเซียต้องวัดจาก “สิ่งที่สร้างร่วมกัน” ไม่ใช่เพียงตัวเลขการค้า แต่รวมถึงอุตสาหกรรมที่แข็งแรง ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยง และอาเซียนที่มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
ภายหลังการกล่าวปาฐกถา นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU จำนวน 4 ฉบับ ระหว่างหน่วยงานและภาคเอกชนของไทยกับอินโดนีเซีย ครอบคลุมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ตลาดคาร์บอน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
1.ความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กับ Traveloka Indonesia
2.ความร่วมมือด้านการตลาดเชิงยุทธศาสตร์ การสื่อสาร และการท่องเที่ยว ระหว่าง ททท. กับ TransNusa Indonesia
3.ความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอน ระหว่าง KADIN Indonesia กับหอการค้าไทย
4.ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่าง KADIN Indonesia กับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบใบอนุมัติเปลี่ยนชื่อ Maspion Bank เป็น “PT Bank Kasikorn Indonesia Tbk” อย่างเป็นทางการ หลังได้รับอนุมัติจากสำนักงานกำกับดูแลภาคการเงินอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569
การเปิดตัวธนาคารภายใต้ชื่อกสิกรไทยในอินโดนีเซีย สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยต่อศักยภาพของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสถาบันการเงินไทยในการขยายบทบาทสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลลัพธ์จากการเยือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสาร แต่เป็นการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นความร่วมมือที่จับต้องได้ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชื่อมศักยภาพของสองประเทศให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอาเซียนในอนาคต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- กมธ.การศาสนาฯ เปิดมิติใหม่ทุนวัฒนธรรม ดันงานช่าง อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ Soft Power ที่สร้างอาชีพได้จริง ปลุกเมืองเพชรสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 6 ก.ย. 2569
- “จักรภพ” ร่วมชมคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่ง เปิดเทศกาลดนตรีและนาฏกรรมนานาชาติกรุงเทพฯ ปีที่ 28 ชื่นชมเวทีศิลปะระดับโลก ชี้ “สุนทรียภาพ” พลังสำคัญคานความรุนแรงในสังคม 6 ก.ย. 2569
- สรุป 5 ข่าวเด่นประเทศไทย เช้าวันที่ 6 กันยายน 2569 6 ก.ย. 2569
- อ.ต.ก. เตรียมปรับโฉมการดำเนินงานหนีวิกฤตขาดสภาพคล่อง 1,033 ล้าบบาท หลังรัฐบาลเล็งยุบตลาด 6 ก.ย. 2569
- ต่างชาติต้องเคารพกฎหมาย-คนไทย ! “อนุทิน” เผยหลัง เซ็นเนรเทศชาวอิสราเอลพฤติกรรมข่มขู่ ย้ำ ต้องดูแลความมั่นคงชาติ และความปลอดภัยประชาชน 6 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาประมง ชี้อาชีพใกล้ล่มสลาย จี้รัฐปรับวิธีคิด-ตั้งวาระแห่งชาติ 20:37 น.- เดินหน้าลุยถึงประตูบ้าน! “สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ แท็กทีมกรมการปกครอง 17:20 น.
- กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า 16:21 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เป็นการตั้งองค์กรเก็บภาษีเองใช้เงินได้เอง โดยไม่ผ่านสภาฯ สร้างปัญหาทั้งเศรษฐกิจและหลักการคลัง 15:40 น.
- “มท.4” แจงปม IP เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายราย ย้ำอย่าเพิ่งโยงทุจริต ชี้เป็น IP สำนักงานจังหวัด ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตร่วมกันทั่วประเทศ 15:37 น.



