วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:09 น.

การเมือง

ทำแล้ววันนี้! “พลพีร์” ดัน MOU มหาดไทย–Shopee ลดค่าธรรมเนียม OTOP จาก 25% เหลือ  4% เพิ่มรายได้ถึงมือชุมชน เปิดทางสินค้าไทยบุก 7 ประเทศอาเซียน–ไต้หวัน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

“พลพีร์” เดินหน้าลดต้นทุนผู้ประกอบการ OTOP จับมือ Shopee เซ็น MOU “OTOP ไทย โตไกลไปกับ Shopee” ลดค่าธรรมเนียมขายออนไลน์เริ่มต้น จาก 20-25% เหลือเพียง 4% พร้อมอัดสิทธิประโยชน์ด้านโฆษณา–เพิ่มพื้นที่สินค้า OTOP บนแพลตฟอร์ม มุ่งให้เงินจากการขายกลับถึงผู้ประกอบการและชุมชนมากขึ้น พร้อมต่อยอดตลาดสู่ 7 ประเทศอาเซียนและไต้หวัน 

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569  เวลา 11.50 น. ที่ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และ Shopee ประเทศไทย ภายใต้โครงการ “OTOP ไทย โตไกลไปกับ Shopee”

โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายกันตภณ พร้อมมูล ผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร Shopee ประเทศไทย ร่วมลงนาม

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การลดต้นทุนการขายออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ OTOP โดยกำหนดค่าธรรมเนียมพื้นฐานเริ่มต้นเพียง 4% จากเดิม 20-25% เพื่อให้รายได้จากการจำหน่ายสินค้ากลับไปถึงผู้ผลิต ครอบครัว และชุมชนได้มากขึ้น

นายพลพีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงการนำสินค้า OTOP ขึ้นไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการ “ขายได้มากขึ้น และเหลือเงินกลับบ้านมากขึ้น” เพราะทุกเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนที่ลดลง หมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนทำสินค้าและชุมชนโดยตรง

“วันนี้เราไม่ได้แค่เพิ่มช่องทางขาย แต่เรากำลังลดต้นทุนให้คนตัวเล็ก เมื่อขายสินค้าได้ 100 บาท เราต้องการให้เงินกลับไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนมากที่สุด นี่คือเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้”

นอกจากการลดค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเหลือ 4% แล้ว Shopee ยังสนับสนุนด้านการตลาด โดยเมื่อผู้ประกอบการซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์ม จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มในสัดส่วนเท่ากัน เช่น ซื้อโฆษณา 10 บาท ได้รับเพิ่มอีก 10 บาท เพื่อเพิ่มการมองเห็นและโอกาสในการขายสินค้า

พร้อมกันนี้ จะมีการเพิ่มพื้นที่และหมวดหมู่สำหรับสินค้า OTOP บนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้บริโภคค้นหาและเข้าถึงสินค้าชุมชนไทยได้ง่ายขึ้น

อีกเป้าหมายสำคัญ คือ การพาสินค้า OTOP ไทยออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยอาศัยเครือข่ายของ Shopee ซึ่งสามารถต่อยอดโอกาสทางการตลาดไปยัง 7 ประเทศในอาเซียนและไต้หวัน เปิดโอกาสให้สินค้าชุมชนที่เคยขายอยู่ในพื้นที่หรือภายในประเทศ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่ใหญ่ขึ้น

นายพลพีร์ กล่าวว่า สินค้า OTOP จำนวนมากมีทั้งคุณภาพ อัตลักษณ์ และเรื่องราวที่สามารถแข่งขันได้ สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคือช่วยลดอุปสรรคและต้นทุน พร้อมสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ

“สินค้าไทยมีของดีอยู่แล้ว หน้าที่ของเราคือทำให้ของดีเหล่านั้นไปได้ไกลกว่าเดิม ลดต้นทุนให้เขา เพิ่มช่องทางให้เขา และทำให้รายได้กลับไปถึงครอบครัวและชุมชนให้มากที่สุด”

ด้านนายกันตภณ พร้อมมูล ผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร Shopee ประเทศไทย กล่าวว่า สินค้า OTOP ไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่ยังเป็นภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และเรื่องราวของแต่ละชุมชน ขณะที่ผู้ประกอบการ OTOP ถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

Shopee จึงพร้อมสนับสนุนทั้งเทคโนโลยี เครื่องมือการตลาด ทักษะการบริหารร้านค้าออนไลน์ และการลดต้นทุน เพื่อผลักดันผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาจากผู้ผลิตในท้องถิ่นไปสู่ “Local Hero” ของแต่ละชุมชน และเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือ “OTOP ไทย โตไกลไปกับ Shopee” จึงถือเป็นอีกก้าวของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำชุมชนเข้าสู่ตลาดออนไลน์ แต่เดินหน้าทั้ง ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่กลับไปถึงผู้ประกอบการโดยตรง

จากสินค้า OTOP ในชุมชน สู่ตลาดออนไลน์ระดับภูมิภาค — ลดค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเหลือ 4% และเปิดประตูสู่ 7 ประเทศอาเซียนและไต้หวัน เพื่อให้ของดีจากชุมชนไทยมีตลาดที่ใหญ่ขึ้น และสร้างรายได้กลับสู่ฐานรากได้มากกว่าเดิม  
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง