วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:12 น.

การเมือง

"มงคลกิตติ์" เดินสายภาคใต้ พบเยาวชนกว่า 3,000 คน ก่อนจ่อยื่น ผบ.ตร. ตรวจอาวุธปืนนักการเมือง ลั่นต้องตรวจให้หมดอย่าเว้นใคร

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.55 น.

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ พร้อมด้วย นายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน ทนายความชื่อดัง จ.ภูเก็ต ว่าที่ เลขาธิการพรรคก้าวล้ำ นางสาวภคอร จันทรคณา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสรกฤช จันทรคณา อดีตผู้เชี่ยวชาญประจำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และว่าที่ ร.ท.ชิตพงษ์ ขัตตพงษ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตพญาไท ลงพื้นที่พบปะน้อง ๆ นิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ณ โรงอาหารกลาง โดยมีน้อง ๆ เข้ามาขอถ่ายภาพและร่วมทำ TikTok เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 2,000 คน โดยต่างให้ความสนใจและชื่นชอบนโยบายไดโนเสาร์โรบอท นโยบายผัว 4 คน และนโยบายอวกาศ
   

จากนั้นคณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 เพื่อพบปะน้อง ๆ นักเรียน เนื่องจากผลโหวตชนะทุกโรงเรียนในจังหวัดสงขลา โดยน้อง ๆ ต่างดีใจที่ได้พบ ส.ส.เต้ ทั้งกระโดด กรี๊ด และขอลายเซ็นบนกระดาษ กระเป๋า และแขน เพื่อเป็นกำลังใจในการเรียนและเรียนให้เก่ง โดยมีนักเรียนเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน
   

จากนั้นคณะฯ จึงได้เดินทางไปรับประทานอาหารค่ำที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ โดยระหว่างเดินทางขึ้นและลงแต่ละชั้น ได้พบปะแฟนคลับจำนวนมากที่เข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง
   

สำหรับวันนี้ นายมงคลกิตติ์ได้รับเชิญจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้มาบรรยายในหัวข้อ “เจน Z กับการรับราชการ” ระหว่างเวลา 13.30-16.30 น.
   

ขณะเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ยังเปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมาตรการควบคุมและเข้มงวดเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืน โดยเฉพาะการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือภารกิจทางราชการ ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการอย่างจริงจัง และควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับบุคคลทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้กับประชาชน
  

ดังนั้นตนจะเข้ายื่นหนังสือต่อพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

 

“เมื่อรัฐบาลประกาศคุมเข้มเรื่องอาวุธปืนแล้ว ผมเห็นว่าควรตรวจสอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป นักการเมือง หรือผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับนักการเมือง เพราะกฎหมายต้องใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีใครควรอยู่เหนือกฎหมาย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
   

นายมงคลกิตติ์ ยังระบุว่า บุคคลที่ต้องการให้มีการตรวจสอบครอบคลุมตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วย และทีมงานหรือผู้ติดตามของรัฐมนตรี โดยต้องการให้ตรวจสอบว่าแต่ละบุคคลมีอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน รวมถึงใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ สิ่งที่ตนจะขอให้ตรวจสอบไม่ใช่การกล่าวหาว่าใครทำผิด แต่เป็นการขอให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริง

   
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวว่า จากการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ยังพบว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายรายมีการแจ้งครอบครองอาวุธปืนไว้ในบัญชีทรัพย์สิน โดยบางรายมีอาวุธปืนจำนวนหลายกระบอก ขณะที่บุคคลในครอบครัวของนักการเมืองก็มีการแจ้งทรัพย์สินประเภทอาวุธปืนเช่นกัน เมื่อบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองมีการแสดงรายการอาวุธปืนไว้อย่างชัดเจน จึงควรนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นฐานในการตรวจสอบ
   

“ขนาดภริยานายกรัฐมนตรีเองยังมีการแจ้งอาวุธปืนไว้ในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นยิ่งต้องตรวจสอบให้ชัด ไม่ได้หมายความว่ามีปืนแล้วผิด แต่ต้องดูว่ามีทะเบียน มีถูกต้องหรือไม่ คนในครอบครัวผู้นำประเทศก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกับประชาชน และควรเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นด้วย” มงคลกิตติ์ กล่าว
 

 
ทั้งนี้ ตามกฎหมายอาวุธปืน การมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนไม่ได้หมายความว่าจะสามารถพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะได้โดยอัตโนมัติ โดยการพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่มีกรณีที่กฎหมายยกเว้น อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยรัฐบาลได้ย้ำมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนอย่างเข้มงวด และมีการงดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (ป.12) เป็นการชั่วคราวด้วย

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง