วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 00:20 น.

การเมือง

มท.ลุยเกาะพะงัน! "พลพีร์–วรศิษฎ์" นำทีมทลายธุรกิจเถื่อน สาวนอมินี 104 บริษัท ครองที่ดิน 124 แปลง เจอร้านกัญชาปลอมใบแพทย์–โรงแรมไร้ใบอนุญาต สั่งเช็กเส้นเงินถึงที่สุด

วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.05 น.

“พลพีร์–วรศิษฎ์” รมช.มหาดไทย นำกำลังบุกเกาะพะงัน ปูพรมตรวจโรงแรม–วิลล่าเถื่อน ร้านกัญชาผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินีต่างชาติ พบข้อมูล 104 บริษัทเกี่ยวพันการถือครองที่ดินถึง 124 แปลง เจอร้านกัญชาขายใบรับรองแพทย์ 300 บาท มีรายได้ปีเดียว 16 ล้านบาท ขณะที่บางเป้าหมายปิดประตูหนีก่อนเจ้าหน้าที่ถึง สั่งสอบข้อมูลรั่ว–เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว พร้อมไล่เส้นทางการเงิน ย้ำ “ข้าราชการต้องไม่เกรงกลัวอิทธิพล” 

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โรงแรมและรีสอร์ทไม่มีใบอนุญาต เครือข่ายนอมินีต่างชาติ ตลอดจนร้านจำหน่ายกัญชาที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยบูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ทหรู 5 แห่ง โดยพบหลายแห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมาย บางแห่งเปิดให้บริการมาแล้วถึง 4 ปี ขณะที่โครงสร้างการถือหุ้นพบความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติและมีลักษณะต้องสงสัยว่าใช้คนไทยถือหุ้นแทน รวมถึงมีการเปิดรับจองห้องพักผ่านระบบออนไลน์ ทั้งที่สถานประกอบการไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

หนึ่งในประเด็นที่เจ้าหน้าที่เร่งขยายผล คือรูปแบบธุรกิจวิลล่าที่เปิดรับลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่การจองจนถึงชำระเงิน โดยพบกรณีเงินค่าที่พักถูกโอนไปยังปลายทางในต่างประเทศ ขณะที่สถานที่จริงไม่มีพนักงานประจำ และใช้วิธีแจ้งจุดซ่อนกุญแจให้ลูกค้าเข้าพักด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบทั้งเรื่องใบอนุญาต การเสียภาษี และเส้นทางการเงินว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายในส่วนใดบ้าง

นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจร้านจำหน่ายกัญชา 2 แห่ง พบว่าไม่มีใบอนุญาตและมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาแปรรูปที่ผิดกฎหมาย โดยเครือข่ายดังกล่าวมีสาขารวม 4 แห่งในเกาะพะงัน เกาะสมุย ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร ที่สำคัญยังตรวจพบการจำหน่ายใบรับรองแพทย์ในราคาใบละ 300 บาท โดยมีลักษณะเป็นเอกสารที่ลงนามไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ประกอบการซื้อและใช้กัญชา เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลาง อายัดทรัพย์สิน และสั่งปิดร้าน พร้อมขยายผลไปยังแพทย์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

การตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจยังพบความผิดปกติด้านรายได้ โดยร้านกัญชาเป้าหมายมีรายได้ในปีที่ผ่านมาสูงถึงประมาณ 16 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบสินค้าที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งผลิตภัณฑ์กัญชาในรูปเจลลี่ ขนม และสินค้าอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบเส้นทางเงินอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ที่มาของรายได้และความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือบริษัทอื่น

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่วมกับกรมที่ดินและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบข้อมูลบริษัทที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบเรื่องการใช้นอมินีถึง 104 บริษัท และมีความเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินรวม 124 แปลง โดยบางแปลงอยู่ในทำเลมูลค่าสูง เช่น ที่ดินวิวทะเลขนาดประมาณ 10 ไร่ จึงสั่งให้ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น การถือหุ้นไขว้ และเส้นทางการเงินทั้งหมดอย่างละเอียด

จากการสืบสวนยังพบคนไทยบางรายมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเชื่อมโยงกับบริษัทอื่นมากถึง 9 แห่ง แต่เมื่อสอบถามกลับให้ข้อมูลว่ารับรู้เพียง 3 แห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อว่ามีการใช้บุคคลดังกล่าวเป็นนอมินีเพื่ออำพรางการถือหุ้นหรือการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติหรือไม่ โดยพบกลุ่มบุคคลหลายสัญชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งอิสราเอล สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และลิทัวเนีย

อีกจุดที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ คือกรณีสถานประกอบการบางแห่งปิดตัวกะทันหันก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังสามารถจองที่พักผ่านระบบออนไลน์ได้ตามปกติ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการรั่วไหลของข้อมูลการปฏิบัติการ นายพลพีร์จึงสั่งให้นายอำเภอเกาะพะงันตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการหรือไม่

นายพลพีร์ย้ำว่า การจัดระเบียบเกาะพะงันและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญจะไม่จบเพียงการตรวจจับเฉพาะหน้า แต่ต้องสาวให้ถึงโครงสร้างธุรกิจ ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง เส้นทางการเงิน การเสียภาษี การถือครองที่ดิน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะหากปล่อยให้มีการใช้คนไทยเป็นนอมินี เปิดธุรกิจโดยไม่ขออนุญาต และนำรายได้ออกนอกประเทศ ย่อมสร้างความเสียหายทั้งต่อเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง และภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวไทย

“ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล หากมีการข่มขู่หรือกดดันให้รายงานขึ้นมาโดยตรง เราจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง” นายพลพีร์กล่าว

พร้อมกันนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเตรียมพิจารณาผลักดันการแก้ไขกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษต่อการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะโรงแรมเถื่อนและธุรกิจที่ใช้โครงสร้างนอมินี เพื่อให้บทลงโทษสอดคล้องกับผลประโยชน์และมูลค่าทางธุรกิจที่ผู้กระทำผิดได้รับ และทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องปรามไม่ให้มีการเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรและพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยมิชอบ 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง