การเมือง
"ณพลเดช" ชี้ศักยภาพเชียงรายรองรับ World Heritage 2 มิติ เผย “ดอยตุง” ไปได้ไกลกว่ามรดกทางธรรมชาติ?
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และอดีตอนุกรรมาธิการศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปศึกษาพื้นที่ ภูเขาอู่หยี (Mount Wuyi) มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแบบผสม หรือ Mixed World Heritage ทำให้เกิดประเด็นสำคัญว่า เชียงรายเองอาจมีศักยภาพในการนำเสนอคุณค่ามรดกโลกได้มากกว่าหนึ่งมิติ โดยเฉพาะการแยกให้ชัดระหว่างพื้นที่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมกับพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ และพื้นที่ที่อาจมีศักยภาพผสมผสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน
นายณพลเดชกล่าวว่า “หากภูเขาอู่หยีสามารถนำเสนอทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นคุณค่าเดียวกันได้ แล้วดอยตุงของเชียงรายมีศักยภาพที่จะเดินในแนวทางเดียวกันหรือไม่?” เพราะสิ่งที่น่าสนใจจาก Mount Wuyi คือ UNESCO ไม่ได้มองเพียงความสวยงามของภูเขา แต่พิจารณาทั้งป่ากึ่งเขตร้อนที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศของแม่น้ำเก้าโค้ง หน้าผาหิน และระบบนิเวศ ขณะเดียวกันพื้นที่เดียวกันยังมีแหล่งโบราณคดี วัด สถานศึกษา และประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ จนได้รับการขึ้นทะเบียนภายใต้ทั้งคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
“สิ่งที่ผมเห็นจากอู่หยีคือ เขาไม่ได้แยกภูเขาออกจากประวัติศาสตร์ และไม่ได้แยกธรรมชาติออกจากผู้คน แต่ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องเดียวกันภายใต้คุณค่าของพื้นที่ นี่เป็นบทเรียนที่เชียงรายควรกลับมามองตัวเอง” นายณพลเดชกล่าว
นายณพลเดชกล่าวว่า หากมอง “เขตดอยตุงและพื้นที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง” อย่างเป็นระบบ จะพบว่ามีองค์ประกอบที่น่าสนใจต่อการศึกษาในแนวคิด Mixed World Heritage เพราะดอยตุงไม่ได้มีเพียงคุณค่าของภูมิประเทศและระบบนิเวศ แต่ยังมีประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ ศรัทธา วิถีชุมชนชาติพันธุ์ และเรื่องราวการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
ในด้านธรรมชาติ ดอยตุงมีภูมิประเทศภูเขาสูง ป่าต้นน้ำ และระบบนิเวศบนพื้นที่สูง ขณะเดียวกันการฟื้นฟูพื้นที่ตามโครงการพัฒนาดอยตุงทำให้เกิดการฟื้นคืนของป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยแนวทางของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูป่าไปพร้อมกับการสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
แต่สิ่งที่ทำให้ดอยตุงแตกต่างจากพื้นที่ธรรมชาติทั่วไป คือ “คน” และ “เรื่องราว” ที่อยู่ร่วมกับภูเขา โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ซึ่งเสด็จฯ มายังดอยตุงและทรงเห็นปัญหาความยากจน การขาดโอกาส และความเสื่อมโทรมของป่า ก่อนที่จะเกิดโครงการพัฒนาดอยตุง อันเป็นการนำแนวคิดการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติ จนเกิดแนวคิดสำคัญคือ “ปลูกป่า ปลูกคน”
คำว่า “แม่ฟ้าหลวง” จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อของพื้นที่หรือชื่อองค์กร แต่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จย่ากับประชาชนบนพื้นที่สูง ซึ่งมีความผูกพันจากการเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนและทรงช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง จนประชาชนเรียกขานพระองค์ด้วยความรักและเคารพว่า “แม่ฟ้าหลวง”
นายณพลเดชกล่าวว่า หากจะศึกษาดอยตุงในกรอบ World Heritage จึงไม่ควรมองเพียงว่า “ภูเขาสวยหรือไม่” แต่ต้องตั้งคำถามว่า ภูเขาแห่งนี้มีคุณค่าอย่างไรต่อมนุษย์และธรรมชาติ และเรื่องราวของ สมเด็จย่า–แม่ฟ้าหลวง–การฟื้นฟูผืนป่า–การพัฒนาคน–วิถีชาติพันธุ์–พระธาตุดอยตุง สามารถรวมกันเป็นคุณค่าที่โดดเด่นในระดับสากล หรือ Outstanding Universal Value (OUV) ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรมีการศึกษาทางวิชาการอย่างจริงจัง
“ดอยตุงจึงไม่ได้มีแค่ต้นไม้ ไม่ได้มีแค่ภูเขา และไม่ได้มีแค่พระธาตุ แต่มีเรื่องของ ป่า คน ศรัทธา ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และการพัฒนา อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และที่สำคัญมีเรื่องราวของสมเด็จย่าในฐานะ ‘แม่ฟ้าหลวง’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ควรศึกษาในมิติระดับสากล” นายณพลเดชกล่าว
สำหรับแนวทางของเชียงราย นายณพลเดชเห็นว่าไม่จำเป็นต้องนำทุกพื้นที่มารวมเป็นข้อเสนอเดียวกัน โดย เชียงแสน สามารถเดินหน้าในกรอบ มรดกทางวัฒนธรรม เน้นเมืองโบราณ ประวัติศาสตร์ล้านนา โบราณสถาน ศิลปกรรม ศาสนา และความสัมพันธ์กับลุ่มน้ำโขง ขณะที่ ดอยตุงและพื้นที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ควรศึกษาความเป็นไปได้ในกรอบ Mixed World Heritage ซึ่งรวมคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ส่วน ดอยแม่สลองและขุนน้ำนางนอน สามารถศึกษาต่อในมิติ มรดกทางธรรมชาติ โดยต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ทั้งด้านภูมิประเทศ ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำ
“ผมไม่ได้บอกว่าวันนี้ดอยตุงเป็นมรดกโลก และไม่ได้บอกว่าเราจะยื่น UNESCO ได้ทันที แต่กำลังเสนอว่า ถึงเวลาที่เชียงรายต้องศึกษาคุณค่าของตัวเองอย่างจริงจัง เพราะถ้าเราไม่เคยทำการศึกษาอย่างเป็นระบบ เราก็ไม่มีทางรู้ว่าพื้นที่ของเรามีคุณค่าถึงระดับสากลหรือไม่”
นายณพลเดชกล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่ควรเปิดขึ้นมาพิจารณาคือ ข้อจำกัดด้านจำนวนการเสนอชื่อมรดกโลกต่อปี ปัจจุบันกติกาของ UNESCO กำหนดกลไกจำกัดจำนวนการเสนอชื่อที่คณะกรรมการจะพิจารณา โดยการแก้ไขในปี 2016 กำหนดหลักไว้ที่ 1 การเสนอชื่อใหม่ที่สมบูรณ์ต่อรัฐภาคีต่อปี ซึ่งเริ่มใช้กับรอบการพิจารณาตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา
“เรื่องนี้จึงควรนำกลับมาเปิดโต๊ะพูดคุยในระดับนโยบายว่า ข้อจำกัดดังกล่าวยังเหมาะสมกับโลกในปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อแต่ละประเทศมีมรดกที่แตกต่างกันทั้งทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และแบบผสม หากประเทศใดมีศักยภาพและมีเอกสารทางวิชาการพร้อม ก็ควรมีช่องทางให้สามารถเสนอได้มากกว่าหนึ่งแห่งภายใต้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ใช่ทำให้พื้นที่ที่พร้อมต้องรอเป็นปีๆ เพียงเพราะข้อจำกัดด้านจำนวน”
ทั้งนี้ UNESCO เองมีระบบที่เปิดให้รัฐภาคีจัดทำและปรับปรุง Tentative List ได้ และแหล่งที่จะเสนอชื่อเข้าสู่บัญชีมรดกโลกต้องอยู่ใน Tentative List ก่อน ขณะที่ UNESCO กำลังพัฒนากระบวนการก่อนการจัดทำเอกสารเสนอชื่อเพื่อให้คำแนะนำแก่รัฐภาคีตั้งแต่ระยะต้นด้วย
“ผมมองว่าการเปิดข้อจำกัดนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นประโยชน์กับ UNESCO เอง เพราะจะทำให้โลกมีโอกาสนำเสนอแหล่งมรดกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และ Mixed World Heritage ประเทศที่มีความพร้อมก็สามารถเดินหน้าได้เร็วขึ้น พื้นที่ท้องถิ่นก็ได้รับประโยชน์จากการอนุรักษ์และการพัฒนา และ UNESCO เองก็จะได้บัญชีมรดกโลกที่สะท้อนความหลากหลายของมนุษยชาติได้มากขึ้น”
“ถ้าเราต้องการให้ World Heritage เป็นมรดกของโลกจริงๆ ระบบก็ควรเปิดโอกาสให้ประเทศที่มีศักยภาพสามารถนำเสนอคุณค่าของตัวเองได้มากขึ้น ภายใต้คุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่จำกัดโอกาสไว้เพียงจำนวนหนึ่งต่อปี” นายณพลเดชกล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ยศชนัน” ดัน 7 โครงการชลประทาน ขอนแก่น 375 ล้าน แก้แล้งซ้ำซาก อ.พระยืน ชูงบ 50 ล้านฟื้น “ฝายบ้านหินเหิบ” 11 ก.ย. 2569
- “วราวุธ” ร่วมประชุมบอร์ด BOI ไฟเขียวกรอบทิศทางใหม่ เน้นส่งเสริมการลงทุนตอบโจทย์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 11 ก.ย. 2569
- กมธ.ศาสนาฯ เร่งชุบชีวิต “โคกพนมดี” แหล่งเจ้าแม่ 3,600 ปี เปิดทางท้องถิ่นดูแลเต็มตัว 11 ก.ย. 2569
- "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามโครงการ "จากขยะสู่พลังงาน สู่ชุมชนสะอาด" 11 ก.ย. 2569
- "อภิสิทธิ์" เตือนรัฐบาลอย่าอ้างเสถียรภาพกลบทุจริต จี้ กกต. ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ย้ำบทเรียนอดีตจำคุกองค์กรอิสระ 11 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาประมง ชี้อาชีพใกล้ล่มสลาย จี้รัฐปรับวิธีคิด-ตั้งวาระแห่งชาติ 20:37 น.- เดินหน้าลุยถึงประตูบ้าน! “สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ แท็กทีมกรมการปกครอง 17:20 น.
- กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า 16:21 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เป็นการตั้งองค์กรเก็บภาษีเองใช้เงินได้เอง โดยไม่ผ่านสภาฯ สร้างปัญหาทั้งเศรษฐกิจและหลักการคลัง 15:40 น.
- “มท.4” แจงปม IP เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายราย ย้ำอย่าเพิ่งโยงทุจริต ชี้เป็น IP สำนักงานจังหวัด ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตร่วมกันทั่วประเทศ 15:37 น.



