การเมือง
"ณพลเดช" เผยวัดจีนเจาะถ้ำ 3,000 ตรม. แกะสลักพระพุทธรูป แหล่งท่องเที่ยวชั้นหนึ่ง สู่มรดกโลกพันปี ชี้เชียงรายมีศักภาพที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หากไม่กระทบ กม. สิ่งแวดล้อม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และอดีตอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากการเดินทางมาศึกษาพื้นที่ 合掌岩 (เหอจ่างเหยียน) หรือ 合掌岩石窟 ในอำเภอซุ่นชาง เมืองหนานผิง มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน พบตัวอย่างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยนำภูเขา ถ้ำ พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการศึกษา มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน ก่อนต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจวัฒนธรรม จึงเห็นว่าแนวทางดังกล่าวควรนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับ ดอยนางนอน–ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีศักยภาพทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวระดับนานาชาติ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นายณพลเดชกล่าวว่า สถานที่ที่เดินทางมาศึกษาในครั้งนี้คือ 合掌岩风景区 ตั้งอยู่บริเวณตำบลซวงซี อำเภอซุ่นชาง มณฑลฝูเจี้ยน ชื่อ “合掌岩” มีความหมายว่า “ผาหินประนมมือ” จากลักษณะภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายฝ่ามือสองข้างประนมเข้าหากัน พื้นที่แห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับ 西安寺 หรือวัดซีอาน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนายาวนาน และต่อมาได้เกิดโครงการ 万佛石窟 หรือถ้ำหมื่นพระ จนกลายเป็นจุดเด่นของพื้นที่
“จากข้อมูลที่ได้ศึกษา จุดเริ่มต้นของถ้ำไม่ได้มาจากการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ แต่เกิดจากแรงศรัทธา โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2546 พระอาจารย์ 本圆法师 และคณะศรัทธาเริ่มเจาะภูเขาเพื่อสร้างพื้นที่ปฏิบัติธรรมและประดิษฐานพระพุทธรูป จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงพื้นที่ขนาดเล็ก ค่อย ๆ ขยายจนกลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ข้อมูลระบุว่าถ้ำมีความยาวประมาณ 173 เมตร มีพื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางเมตร และมีแนวคิดสร้างพระพุทธรูปมากกว่า 10,000 องค์ จนได้รับการนำเสนอเป็น ‘江南第一窟’ หรือถ้ำอันดับหนึ่งแห่งเจียงหนาน” นายณพลเดชกล่าว
นายณพลเดชกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจจากการเดินทางมาครั้งนี้คือ จีนไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างถ้ำหรือประดิษฐานพระพุทธรูป แต่ค่อย ๆ นำเรื่องราวของพื้นที่มาพัฒนาเป็น Cultural Narrative หรือเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงธรรมชาติ ภูเขา ถ้ำ วัด พระพุทธศิลป์ คุณธรรม ประวัติศาสตร์ การศึกษา และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้สามารถต่อยอดจากพื้นที่ทางศาสนาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพักผ่อนที่มีองค์ประกอบทั้งศูนย์บริการ จุดชมวิว ทางเดิน ลานวัฒนธรรม โรงแรม ที่พัก ศูนย์สุขภาพ และพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
“หัวใจสำคัญของบทเรียนจากจีนคือ เขาไม่ได้ขายเพียง ‘ถ้ำ’ แต่ขายเรื่องราวของพื้นที่ เมื่อเรื่องราวมีคุณค่า ก็สามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ตั้งแต่การท่องเที่ยว การศึกษา สุขภาพ ที่พัก ไปจนถึงธุรกิจบริการ โดยยังสามารถแบ่งพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่พัฒนาออกจากกัน” นายณพลเดชกล่าว
ทั้งนี้สำหรับการลงทุน นายณพลเดชกล่าวว่า โครงการ 合掌岩 มีการพัฒนาหลายระยะ มีทั้งเงินศรัทธาและเงินบริจาคในช่วงเริ่มต้น การลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน โดยมีกรอบโครงการในระยะต่าง ๆ ตั้งแต่ประมาณ 1,000 ล้านหยวน และต่อมามีโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ที่มีกรอบประมาณ 2,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 12,000–12,500 ล้านบาท ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นคนละระยะและคนละขอบเขตโครงการ ไม่ควรนำมารวมเป็นงบก้อนเดียว
นายณพลเดชกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่า สถานที่ทางศาสนาและวัฒนธรรมสามารถสร้างคุณค่าที่สืบต่อไปได้เป็นร้อยเป็นพันปี หากมีการดูแลรักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ โดยมรดกไม่ได้หมายถึงเพียงตัวอาคารหรือพระพุทธรูป แต่รวมถึงเรื่องราว ศิลปะ ความเชื่อ ภูมิปัญญา และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
เมื่อเปรียบเทียบกับเชียงราย
นายณพลเดชเห็นว่า ดอยนางนอน–ถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนมีต้นทุนที่โดดเด่นอย่างยิ่ง เพราะเป็นภูเขาหินปูนและระบบถ้ำที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา มีตำนานเจ้าแม่นางนอน มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา และที่สำคัญคือเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี 13 คนในปี 2561 ซึ่งกลายเป็นเหตุการณ์ระดับโลกและสะท้อนพลังของมนุษยธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ
“ถ้าเรานำเรื่องราวทั้งหมดมาร้อยเรียงกัน เชียงรายสามารถสร้างเรื่องเล่าที่เริ่มตั้งแต่ ภูเขาหินปูน–ถ้ำ–น้ำ–ตำนานนางนอน–ล้านนา–พุทธศาสนา–ประวัติศาสตร์–13 หมูป่า–วิทยาศาสตร์การกู้ภัย–มนุษยธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องใหม่ขึ้นมา”
นายณพลเดชกล่าวต่อไปอีกว่า แนวคิดดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปเจาะหรือแกะสลักถ้ำหลวง เพราะถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนมีคุณค่าทางธรรมชาติและระบบนิเวศที่ต้องรักษาไว้ และปัจจุบันพื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมป่าไม้ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้
“ผมเห็นว่าถ้าหากมีกฎหมายเปิดช่องให้สามารถพัฒนาพื้นที่บางส่วนเพื่อการท่องเที่ยวได้ และการพัฒนานั้นผ่านการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและไม่กระทบต่อระบบนิเวศ เราควรเปิดการศึกษาความเป็นไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด แต่สามารถแบ่งโซนให้ชัดเจนว่า พื้นที่ไหนอนุรักษ์ พื้นที่ไหนศึกษา พื้นที่ไหนท่องเที่ยว และพื้นที่ไหนสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้” นายณพลเดชกล่าว
นายณพลเดช ได้เสนอไอเดียการจัดทำ “Doi Nang Non Cultural & Geopark” หรือพื้นที่เรียนรู้ดอยนางนอนในมิติธรณีวิทยา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ โดยอาจจัดทำศูนย์เรียนรู้ภายนอกระบบถ้ำธรรมชาติ ใช้เทคโนโลยี 3D, Virtual Reality และ Augmented Reality จำลองระบบถ้ำหลวงและภูมิประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ความมหัศจรรย์ของถ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปสร้างผลกระทบภายในถ้ำจริง
นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนา ศูนย์เรียนรู้ 13 หมูป่าและมนุษยธรรมโลก ถ่ายทอดบทเรียนด้านการกู้ภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การดำน้ำในถ้ำ การบริหารจัดการภัยพิบัติ วิทยาศาสตร์ และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก รวมถึงพื้นที่รำลึกถึงผู้เสียสละ เพื่อให้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์กลายเป็นองค์ความรู้ที่คนรุ่นต่อไปสามารถศึกษาได้
ด้านการท่องเที่ยว นายณพลเดชเสนอให้ใช้แนวคิด Low Impact Tourism โดยกำหนดจำนวนผู้เข้าชม จำกัดการเข้าถึงพื้นที่เปราะบาง ใช้ระบบรถรับส่งจากจุดจอดรถภายนอก พัฒนาระบบขนส่งพลังงานสะอาด จัดการขยะและน้ำเสียอย่างเป็นระบบ รวมทั้งใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่บริการ เพื่อลดการก่อสร้างถนนและสิ่งปลูกสร้างบนภูเขา
“เราไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งก่อสร้างให้ใหญ่ที่สุด และไม่จำเป็นต้องเข้าไปเปลี่ยนแปลงถ้ำหลวง แต่เราสามารถทำให้คนทั่วโลกเข้าใจความยิ่งใหญ่ของถ้ำหลวงได้ด้วยเทคโนโลยีและการเล่าเรื่องที่ดี นี่คือการพัฒนาที่ผมมองว่าเหมาะกับเชียงราย คือ ใช้ธรรมชาติเป็นต้นทุน แต่ไม่ใช้ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลายเพื่อสร้างรายได้” นายณพลเดชกล่าว
นายณพลเดชกล่าวว่า ขั้นต่อไปควรมีการศึกษาข้อมูล GIS และธรณีวิทยาอย่างละเอียด เพื่อกำหนดพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้ พร้อมศึกษาข้อกฎหมายของพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ตลอดจนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ชุมชน และภาคเอกชนร่วมกันจัดทำแผนแม่บทก่อนการลงทุน
“การมาศึกษา 合掌岩 ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า สถานที่เล็ก ๆ สามารถเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้อีกนับร้อยนับพันปี เชียงรายเองก็มีต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เพียงแต่เราต้องรู้จักนำเรื่องราวที่มีอยู่แล้วมาร้อยเรียงอย่างเป็นระบบ” นายณพลเดชกล่าว
“ผมจึงไม่ได้ให้เราเลียนแบบจีนทั้งหมด แต่เสนอให้เรา ถอดบทเรียนจีนแล้วสร้างโมเดลเชียงรายของเราเอง หากกฎหมายเปิดช่อง หากผลการศึกษายืนยันว่าไม่กระทบสิ่งแวดล้อม และหากประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ ดอยนางนอน–ถ้ำหลวงสามารถพัฒนาไปสู่แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลกได้ โดยมีหลักสำคัญที่สุดคือ ‘พัฒนาได้ แต่ต้องไม่ทำลายธรรมชาติ’ เพื่อรักษาดอยนางนอนให้เป็นมรดกของเชียงราย ประเทศไทย และคนรุ่นต่อไป” นายณพลเดชกล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- กรมการพัฒนาชุมชนแจงงบฝึกอบรม 996 ล้านบาท 9 ก.ย. 2569
- กลุ่มเพื่อนผู้ว่าฯแจ้ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ต้องขังหญิงมีพลังก้าวข้ามบทเรียนชีวิต คืนคนดีสู่สังคม 9 ก.ย. 2569
- ผู้ว่าฯ กระบี่นำทีม ป.ป.ช.-ป่าไม้ บุกตรวจพื้นที่อ่าวนาง หลังพบการเข้าใช้ประโยชน์และเปลี่ยนสภาพพื้นที่ป่ากว่า 70 ไร่ มูลค่าที่ดินสูงถึงประมาณ 1,800 ล้าน 9 ก.ย. 2569
- ประธานชมรมรวมใจภักดิ์เตรียมจัดพิธีอุปสมบทพระสงฆ์ 49 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบำเพ็ญกุศล 9 ก.ย. 2569
- “พิพัฒน์” รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ ย้ำเข้าประเทศไทยต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน 9 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาประมง ชี้อาชีพใกล้ล่มสลาย จี้รัฐปรับวิธีคิด-ตั้งวาระแห่งชาติ 20:37 น.- เดินหน้าลุยถึงประตูบ้าน! “สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ แท็กทีมกรมการปกครอง 17:20 น.
- กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า 16:21 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เป็นการตั้งองค์กรเก็บภาษีเองใช้เงินได้เอง โดยไม่ผ่านสภาฯ สร้างปัญหาทั้งเศรษฐกิจและหลักการคลัง 15:40 น.
- “มท.4” แจงปม IP เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายราย ย้ำอย่าเพิ่งโยงทุจริต ชี้เป็น IP สำนักงานจังหวัด ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตร่วมกันทั่วประเทศ 15:37 น.



