การเมือง
‘ณัฐพงษ์’ จี้รัฐทบทวนระบบความมั่นคงใหม่ หลังเกิดเหตุรุนแรง 51 จุดชายแดนใต้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
‘ณัฐพงษ์’ จี้รัฐทบทวนระบบความมั่นคงใหม่ หลังเกิดเหตุรุนแรง 51 จุดชายแดนใต้ เสนอ 5 ข้อยกระดับข่าวกรองชายแดนใต้ เดินหน้าสันติภาพควบคู่สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน.
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงผลการประชุมครั้งที่ 11 โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงข้อเสนอให้มีการทบทวนระบบความมั่นคงใหม่ เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสถานการณ์ล่าสุด
ณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่กระทำโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่การเกิดเหตุพร้อมกันถึง 51 จุดภายในคืนเดียว ประกอบกับตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้วมากกว่า 700,000 ล้านบาท จึงทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า ระบบข่าวกรองและระบบความมั่นคงที่มีอยู่นั้นสามารถป้องกันเหตุและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

ในการนี้ พรรคประชาชนจึงขอเสนอ 5 แนวทาง ให้รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงนำไปทบทวนและปรับใช้ ประกอบด้วย
1. ยกระดับระบบข่าวกรองจากการรับรู้เหตุไปสู่การป้องกันเหตุ: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 51 จุด ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าหน่วยงานความมั่นคงได้รับข้อมูลล่วงหน้าหรือไม่ และหากได้รับแล้ว มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเตรียมรับมืออย่างไร รัฐบาลควรทบทวนตั้งแต่กระบวนการรวบรวมข่าว การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่หน้างานนำไปใช้ป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที เพราะระบบข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงแค่การครอบครองข้อมูลจำนวนมาก แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งให้เป็นภาพเดียวกัน และนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อยับยั้งความรุนแรงก่อนที่จะเกิดเหตุได้
2. งานการข่าวต้องสร้างขึ้นบนความไว้วางใจของประชาชน: ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งยาวนาน ข้อมูลจากประชาชนและชุมชนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทว่าประชาชนจะกล้าให้ข้อมูลแก่รัฐก็ต่อเมื่อเชื่อมั่นว่าข้อมูลของตนจะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย และทำให้ตนเองหรือครอบครัวไม่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ดังนั้น รัฐต้องทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เข้าไปพบประชาชนเฉพาะเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของประชาชนก็ไม่ควรจำกัดเพียงการแจ้งเบาะแส แต่ต้องเปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ด้วย
3. ผลักดันให้หน่วยงานความมั่นคงแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายสิบจุด สะท้อนถึงความจำเป็นในการทบทวนการประสานงานระหว่างทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายข่าวกรอง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยรัฐต้องจัดวางระบบให้ข้อมูลด้านความมั่นคงถูกแลกเปลี่ยนและนำมาใช้ร่วมกันได้อย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำแบบแยกส่วน
4. เชื่อมโยงงานข่าวชายแดนเข้ากับความร่วมมือระหว่างประเทศ: ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนไม่สามารถแยกขาดจากบริบทของประเทศเพื่อนบ้านได้ รัฐบาลจึงต้องยกระดับความร่วมมือด้านการข่าวและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล เครือข่ายการเคลื่อนไหว และเส้นทางสัญจรที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุข้ามพรมแดน
5. เดินหน้าการพูดคุยสันติภาพควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคง: รัฐบาลต้องทำให้ช่องทางการพูดคุยมีความต่อเนื่องและมีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถหยิบยกต้นเหตุทางการเมืองของความขัดแย้งขึ้นมาพูดคุยได้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามามีส่วนร่วม โดยไม่ปล่อยให้กระบวนการสันติภาพเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับคู่เจรจาเพียงสองฝ่ายเท่านั้น
“การพูดคุยไม่ใช่การสร้างความชอบธรรมให้แก่การก่อเหตุ แต่ในทางตรงกันข้าม กระบวนการทางการเมืองคือเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้การใช้ความรุนแรงหรือกำลังกลายเป็นทางออกเดียวในการแก้ปัญหา” ณัฐพงษ์กล่าว
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการใช้กฎหมายพิเศษ รัฐบาลควรประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในการปรับระดับมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์รุนแรง 51 จุดในคืนเดียวนั้น ไม่ควรนำไปสู่คำตอบเดิมๆ เพียงแค่การเพิ่มกำลังทหาร การเพิ่มอำนาจพิเศษ หรือการเพิ่มด่านตรวจเท่านั้น แต่ต้องนำไปสู่การทบทวนระบบความมั่นคงทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบข่าวกรอง การวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การทำงานร่วมกับประชาชนและชุมชน ตลอดจนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
“ความมั่นคงที่ยั่งยืนต้องไม่วัดจากจำนวนกำลังพลหรือจำนวนเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถของรัฐในการป้องกันเหตุ ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ ตลอดจนความสามารถในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการทางการเมืองและสันติวิธี” ณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิจารณ์ต่อการแสดงความเห็นของ สส.พรรคประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้องเร่งให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชน เพราะความไว้วางใจเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ตนไม่ขอลงรายละเอียดในเหตุการณ์ที่เป็นข้อถกเถียงว่าเกิดขึ้นอย่างไร เนื่องจากข้อเท็จจริงทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่ปรากฏอย่างครบถ้วน
“หากเหตุความไม่สงบเกิดจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกันประณาม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ใช้อำนาจรัฐก็ต้องใช้อำนาจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งหากมีการตั้งคำถามต่อการใช้อำนาจที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจ สส. ในฐานะตัวแทนประชาชนก็มีหน้าที่สะท้อนข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้าน โดยตนไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นประเด็นการโจมตีทางการเมืองว่าใครอยู่ฝ่ายใด เพราะคนที่จะออกมาแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องที่สุด และสามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชนได้มากที่สุด ก็คือหน่วยงานความมั่นคงและตัวรัฐบาลเอง” ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- เปิดนิทรรศการ “ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” เปิดหลักฐานอายุกว่า 2,000 ปี ทั้งกลองมโหระทึก แหวนทองจารึกพราหมี และโครงกระดูกมนุษย์ 11 โครง สะท้อนรากอารยธรรมเมืองเพชร 24 ส.ค. 2569
- “วิเชษฐ์ เกษมทองศรี” ระดมผู้มีจิตศรัทธาและภาคีเครือข่าย ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยทหาร–ประชาชนชายแดน ย้ำทุกสิ่งของคือกำลังใจจากคนไทยถึงแนวหน้า 24 ส.ค. 2569
- “วราวุธ” เผยอุตสาหกรรมน่าน เปิดทำการปกติแล้ว เร่งสำรวจความเสียหาย ผู้ประกอบการวอนเร่งฟื้นฟูซ่อมเครื่องจักร ออกมาตรการสินเชื่อ ยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงาน 24 ส.ค. 2569
- ปลัดมหาดไทยสั่งการด่วนที่สุด “5 ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้” ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด “คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง” 24 ส.ค. 2569
- "ศุภมาส" ลุย คคบ. เคาะ 63 เรื่อง รอบ 3 เดือน เยียวยา 24.29 ล้าน-กวาดสินค้าอันตราย" สั่ง สคบ. ลุยเชิงรุก 24 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
วันที่ 4 “ยศชนัน” บัญชาการฟื้นฟูน่าน ระดมสรรพกำลังคืบหน้า 65% เล็งคืนบ้านให้ประชาชนในสัปดาห์หน้า ลุยล้างถนน 5 วัน-ฟื้นฟูละเอียดอีก 5 วัน 21:46 น.- “กระทรวงเกษตรฯ” ดัน “ปูทะเล” ขึ้นแท่นสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูง เร่งเพิ่มผลผลิตรับดีมานด์ตลาดกรมประมง..พร้อมโชว์ศักยภาพการผลิต เพิ่มลูกพันธุ์–ขยายพื้นที่เลี้ยง สร้างรายได้ให้เกษตรกรชายฝั่ง 20:07 น.
- “เจเศรษฐ์” บัญชาการทุกระดับ! ล็อกเป้า “บ่อเกลือ” เชื่อมศูนย์เตือนภัยถึงท้องถิ่น ย้ำ “เตือนเร็ว–อพยพทัน” พร้อมตั้ง War Room 24 ชม. 19:14 น.
- กลาโหมจัดให้! ส่งกำลังพล-เครื่องจักรลุยโคลน อ.ปัว ด้าน "รองนายกฯ เชน" ลุยหน้างานติดตามความคืบหน้า ขอบคุณ "บิ๊กดุลย์" ตอบสนองความต้องการพื้นที่ทันท่วงที 17:37 น.
- เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ รับฟังบรรยายสรุปความพร้อมก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ 17:17 น.



