วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 10:30 น.

การเมือง

“จักรภพ” ตื่นเต้นร่วมพิจารณางบฯ 3.788 ล้านล้านบาทครั้งแรก ตั้งเป้าเปลี่ยน “ค่าใช้จ่าย” เป็น “เงินลงทุน” สร้างประโยชน์คืนประชาชน

วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2569, 09.35 น.

“จักรภพ” ตื่นเต้นร่วมพิจารณางบฯ 3.788 ล้านล้านบาทครั้งแรก ตั้งเป้าเปลี่ยน “ค่าใช้จ่าย” เป็น “เงินลงทุน” สร้างประโยชน์คืนประชาชน ชี้การเมืองรัฐสภาต้องรู้จักประนีประนอม ลั่นอภิปราย–โต้เถียงได้ แต่ประเทศต้องเดินหน้า ไม่ใช่ทำเพื่อ “สะใจ–เพิ่มยอดไลค์”  

เมื่อวันที่  7 กันยายน 2569  นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า งบประมาณแรก (ของผม) เมื่อวานผมนั่งทำการบ้านอยู่นาน เพราะวันนี้-วันจันทร์ที่ 7 ก.ย. จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 5 เป็นพิเศษ พรุ่งนี้-วันอังคารที่ 8 ก.ย.-จะประชุมครั้งที่ 6 เป็นพิเศษ และมะรืนนี้-วันพุธที่ 9 ก.ย.-จะประชุมครั้งที่ 7 เป็นพิเศษ รวม 3 วันต่อเนื่องกัน ภารกิจนี้ทั้งหมดจะเริ่มในเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป งานของเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายในโอกาสนี้คือ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญเขาพิจารณาในขั้นต้นมาเสร็จแล้ว 

ส.ส. คนอื่นเขาคงรู้สึกเฉย ๆ แต่สำหรับผมออกจะตื่นเต้นหน่อย เพราะนี่คือการพิจารณาร่างราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับแรกในชีวิต จะร่วมตัดสินใจโดยตรงเลยว่า เมืองไทยของเรากับพี่น้องทั่วประเทศเกือบ 66 ล้านคนใน 77 จังหวัด จะได้รับเงินงบประมาณไปใช้จ่ายเพื่อให้เกิดผลด้านการพัฒนาด้านไหนอย่างไรบ้าง

เงินหน้าตักทั้งหมด 3,788,000,000,000 บาท หรือ 3 ล้าน 8 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปีก่อน 0.2 % จะถือเป็นเงินเล็กน้อยไม่ได้

ผมจึงตั้งธงกับตนเองในฐานะผู้มีสิทธิและอำนาจในการอภิปรายและโหวตในงบประมาณแผ่นดินฉบับนี้ไว้ว่า:

1. จะพยายามสุดความสามารถ ทำให้เงินเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียง “ค่าใช้จ่าย” แต่จะทำให้มีสภาพจริงเป็น “เงินลงทุน” ที่จะได้ผลอันคุ้มค่ากลับคืนมาสู่ส่วนรวม 

2. จะพยายามสุดความสามารถ ทำให้เงินเหล่านี้ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (national competitiveness) ให้มากมิติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

3. จะพยายามสุดความสามารถ ทำให้เงินเหล่านี้เกิดธุรกรรมเศรษฐกิจหลายชั้น เปลี่ยนมือแบบให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมว่า งานการเมืองระบบรัฐสภาเป็นเรื่องของการบริหารตามสัดส่วนอำนาจบนพื้นฐานของจำนวนที่นั่งของแต่ละพรรคการเมือง จึงต้องมีการเสนอความคิดของตนเองก่อน และต้องอภิปรายโต้เถียงกันอย่างเปิดเผย สุดท้ายก็คือรู้จักประนีประนอมและทำความตกลงกัน 

พรรคพวกบางคนเคยพูดจาประชดประชันกับผมว่า นักการเมืองนี่เล่นละครกันเก่งจริง ๆ นาทีหนึ่งทะเลาะเบาะแว้งกันเหมือนจะเลิกเผาผีกัน อีกนาทีหนึ่งกลับนั่งคุยกันได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมต้องตอบเขาทุกทีไปว่า ระบบรัฐสภาออกแบบไว้ให้เป็นเช่นนั้น ถ้าทุกคนยืนกรานแบบกระต่ายขาเดียวและแข็งกร้าวในจุดยืนของตนเองอย่างชนิดเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สุดท้ายประเทศก็จะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ และการพัฒนาจริง ๆ ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งที่เรียกกันว่า “กิริยาอาการ“ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องเป็นเช่นนี้ตามสภาพบังคับ จึงจะทำอะไรเพียงเพราะอยาก “สะใจ” หรือ “เพิ่มยอดไลค์” ไม่ได้
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง