วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 11:34 น.

การเมือง

“จักรภพ” จี้รัฐเร่งแก้วิกฤตมันสำปะหลัง โรคใบด่างลาม 36 จังหวัด เสียหาย 8.5 หมื่นล้าน ชี้งบ 10 ล้านไม่พอรับศึก หวั่นไทยเสียแชมป์เพื่อนบ้าน

วันพุธ ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2569, 10.56 น.

เมื่อวันที่  9 กันยายน 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาวิกฤตมันสำปะหลัง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งยกระดับการแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต หลังการระบาดขยายวงกว้างครอบคลุม 36 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วประมาณ 85,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณที่จัดสรรเพื่อจัดหาท่อนพันธุ์ใหม่ยังไม่สอดคล้องกับขนาดของปัญหา และอาจกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของมันสำปะหลังไทยในตลาดโลก

นายจักรภพกล่าวว่า แม้ตนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แต่จากการลงพื้นที่ร่วมกับ สส. นักวิชาการ และข้าราชการในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ พบว่าวิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง โดยประเทศไทยสูญเสียรายได้จากปัญหาดังกล่าวแล้วประมาณ 85,000 ล้านบาท และตัวเลขนี้ยังไม่รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปจากการที่ไทยอาจเสียความเป็นผู้นำให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

ปัญหาสำคัญมี 2 ด้าน ได้แก่ สายพันธุ์มันสำปะหลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความสามารถในการต้านทานโรคไวรัสไม่เพียงพอ โดยมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ และปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุ์หรือต้นกล้าปลอดโรคสำหรับนำมาปลูกทดแทนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

นายจักรภพระบุว่า งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาท่อนพันธุ์ใหม่เพื่อขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมีเพียง 10 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วสามารถรองรับพื้นที่ได้ประมาณ 2,100 ไร่ ขณะที่พื้นที่ที่มีความต้องการทั้งสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถต้านทานโรคและท่อนพันธุ์ปลอดโรคมีเกือบ 800,000 ไร่

“2,000 กว่าไร่กับ 8 แสนไร่ เป็นตัวเลขที่เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย” นายจักรภพกล่าว พร้อมเรียกร้องให้งบประมาณที่จัดสรรสะท้อนขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

นายจักรภพ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือปัจจุบันประเทศไทยมีองค์ความรู้และแนวทางแก้ปัญหาแล้ว โดยผลงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สามารถนำมาประกอบเป็นแนวทางแก้ปัญหา ทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีความแข็งแรงและสามารถใช้กลไกตามธรรมชาติเพื่อลดปัญหาแมลงหวี่ขาวซึ่งเป็นพาหะ รวมถึงเทคนิคการผลิตท่อนพันธุ์ให้ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณเพียงพอต่อการนำกลับไปปลูกทดแทนพื้นที่เสียหาย

ทั้งนี้ นายจักรภพย้ำว่า ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีสถานการณ์ต่อเนื่องมาประมาณ 7 ปี โดยเชื่อว่าโรคแพร่เข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนขยายจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จนปัจจุบันพบปัญหาครอบคลุม 36 จังหวัด ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้จึงไม่สามารถแก้ไขด้วยมาตรการตามปกติ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการในลักษณะภาวะวิกฤต

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า แม้มันสำปะหลังอาจไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากเท่าข้าว อ้อย ยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน แต่เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกหลายร้อยหลายพันชนิด จึงเป็นเหตุผลที่ความเสียหายจากปัญหานี้เพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้หลักแสนล้านบาท

“ความเสียหายถึงได้ขึ้นไปถึงเกือบแสนล้านบาท เนื่องมาจากว่าเราไม่ได้แก้ปัญหาในเวลาที่ต้องแก้” นายจักรภพกล่าว พร้อมเรียกร้องผ่านประธานสภาฯ ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เนื่องจากมันสำปะหลังมีวงจรการปลูกประมาณ 8–12 เดือน หากประเทศไทยต้องการมีผลผลิตที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในปีหน้า จำเป็นต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ขณะนี้ ทั้งการควบคุมโรคใบด่างและการเร่งผลิตท่อนพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ

นายจักรภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุผลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะมองผ่านโจทย์ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อภาคเกษตร จากการมองเพียงการผลิตวัตถุดิบ ไปสู่การมองเป็นฐานของผลิตภัณฑ์อาหาร อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

“ผมไม่ใช่ผู้ชำนาญเรื่องการเกษตร แต่การเกษตรนั้นเป็นเรื่องที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า คืออนาคตของประเทศไทย จากนี้ไปเราต้องเริ่มมองการเกษตรมากกว่าเรื่องวัตถุดิบทางการเกษตร แต่ต้องมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องความมั่นคงทางอาหาร อนาคตไทยถึงจะสดใส” นายจักรภพกล่าว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง