วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 16:22 น.

การเมือง

กระทรวงมหาดไทย-สภาพัฒน์ นำผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ร่วมการประชุม CMGF ครั้งที่ 23 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569, 15.16 น.

กระทรวงมหาดไทย-สภาพัฒน์ นำผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ร่วมการประชุม CMGF ครั้งที่ 23 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือ IMT-GT มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและบูรณาการการพัฒนาเชิงพื้นที่สู่ความยั่งยืนในระดับสากล 

เมื่อวันที่  10 กันยายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมเวทีหารือระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด (Chief Ministers and Governors’ Forum: CMGF) ครั้งที่ 23 ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ระหว่างวันที่ 7 - 11 กันยายน 2569 โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เข้าร่วมการประชุม ณ เมืองเมดาน จังหวัดสุมาตราเหนือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
 
การประชุมระดับพหุภาคีในครั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้กลไกของผู้นำระดับพื้นที่เป็นแกนกลางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยมีมุขมนตรีและผู้นำระดับท้องถิ่นของประเทศสมาชิก ซึ่งคณะผู้แทนฝ่ายไทยโดยกระทรวงมหาดไทยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stake Holder) จากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมประชุม เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่เข้าสู่นโยบายระดับอนุภูมิภาคเชื่อมโยงความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
 
กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับการใช้เวที CMGF เป็นเครื่องมือผลักดันความร่วมมือรอบด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้าชายแดน การดึงดูดการลงทุนข้ามพรมแดน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการศึกษาดูงานและการจัดแสดงสินค้าชุมชน ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยขยายตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ OTOP ของไทย ยังสามารถช่วยสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่ไร้รอยต่อระหว่างสามประเทศสมาชิกควบคู่ไปด้วย
 
ในมิติการพัฒนาเชิงพื้นที่ระดับมหภาค คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยได้วางยุทธศาสตร์การทำงานแบบบูรณาการในทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยอาศัยกลไกของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บริหารระดับสูงของพื้นที่ (CEO) เป็นแกนหลักในการดึงจุดเด่นและศักยภาพแฝงของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการนำเสนอความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเกษตรและอุตสาหกรรม ประตูเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์การค้าข้ามพรมแดน และการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมระดับโลก
 
กระทรวงมหาดไทยได้มุ่งเน้นการสร้างโอกาสผ่านการส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือและการจับคู่ทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urbanization) โดยได้นำองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีระดับนานาชาติ มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงการกระจายรายได้และโอกาสลงสู่ชุมชนฐานรากอย่างทั่วถึง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การผนึกกำลังและขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการพลิกโฉมและยกระดับบทบาทของการทำงานให้ก้าวทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เพื่อพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน "สะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจ" (Economic Bridge) ที่แข็งแกร่งในระดับอนุภูมิภาคและเวทีโลก เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจท้องถิ่นไทย และขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวเดินไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกับประชาคมนานาชาติต่อไป
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง