วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 19:46 น.

การเมือง

 “อภิสิทธิ์” เสนอหั่นงบองค์กรอิสระ 10% ชี้วิกฤตศรัทธาประชาชน จี้เร่งฟื้นความเชื่อมั่นระบบตรวจสอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569, 18.45 น.

เมื่อวันที่  10 กันยายน 2569   ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี มาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณขององค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  อภิปรายเสนอแปรญัตติขอตัดลดงบประมาณขององค์กรอิสระลงร้อยละ 10 โดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการตรวจสอบในปัจจุบัน
 
นายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นอภิปรายว่า แม้องค์กรอิสระจะเป็นเสาหลักสำคัญในระบอบประชาธิปไตยนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 แต่เนื่องจากเป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ยาก สภาแห่งนี้จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจผ่านกระบวนการงบประมาณในการกำกับดูแล พร้อมยกผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันพระปกเกล้าเนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี ซึ่งพบว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต่ำที่สุด และลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับในอดีต  
 
นายอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงานของ กกต. โดยเฉพาะการไต่สวนกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีข้อสงสัยเรื่องการฮั้วและการแลกคะแนนกัน ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาบรรทัดฐานไว้แล้วตั้งแต่การเลือก สว. ปี 2562 และปี 2567-2568 ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายเจตนารมณ์อิสระและเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครอื่น

"เหตุใดในกรณีการเลือก สว. ครั้งล่าสุดที่มีขบวนการขนาดใหญ่ ทั้งการจ้างสมัคร การทำโพย และการรวมตัวตามโรงแรม กกต. กลับไม่ยอมยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาตามมาตรา 62 ของกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แต่กลับพยายามตั้งหลักเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาบดบังข้อเท็จจริง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลการทำงานที่ย้อนศรกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยระบุว่า DSI ได้ส่งข้อมูลคดีอั้งยี่และฟอกเงินเกี่ยวกับการเลือก สว. ให้ กกต. แต่ กกต. กลับมีมติไม่รับ ขณะเดียวกันเมื่อ DSI ขอข้อมูลจากสำนวนของ กกต. ทาง กกต. ก็มีมติไม่ส่ง ให้เช่นกัน ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจแก่สาธารณชนอย่างยิ่ง
.
นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ กกต. จำนวน 4 ท่าน ที่เตรียมลงมติวินิจฉัยคดีในวันที่ 14 กันยายนนี้   โดยระบุว่า กกต. ทั้ง 4 ท่านมีที่มาจาก สว. ชุดที่กำลังถูกกล่าวหา หากลงมติเป็นคุณแก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจเข้าข่ายการมีส่วนได้เสีย การต่างตอบแทน หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามหลักธรรมาภิบาล
 .
ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอภิสิทธิ์ เสนอให้ตัดลดงบประมาณด้วยเช่นกัน พร้อมเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวว่า ระหว่างการพิจารณางบประมาณ ตนเพิ่งได้รับหนังสือจาก ป.ป.ช. แจ้งผลการไต่สวนในคดีที่ตนถูกกล่าวหาไว้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ว่าตนไม่มีความผิด ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากถึงความล่าช้าในกระบวนการทำงาน
 
เพื่อแก้ไขปัญหาและลดภาระงบประมาณ นายอภิสิทธิ์ เสนอแนะให้ ป.ป.ช. ทำความตกลงร่วมกับหน่วยงานรัฐ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก และกรมที่ดิน เพื่อเชื่อมโยงระบบการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง แทนที่จะปล่อยให้เป็นภาระของผู้ยื่นเอกสารและข้าราชการ ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณและเวลาได้เป็นอย่างมาก
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากการจัดสัมมนาเรื่อง "วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ" ที่ผ่านมา ผู้ทรงคุณวุฒิทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า หากระบบการตรวจสอบขององค์กรอิสระล้มเหลว ระบอบประชาธิปไตยจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้จริง สภาผู้แทนราษฎรจึงต้องส่งสัญญาณเตือนไปยังองค์กรเหล่านี้ผ่านการตัดลดงบประมาณร้อยละ 10 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงการทำงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
 
“ผมเพิ่งจัดสัมมนาว่าด้วยเรื่องวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีประสบการณ์ในบ้านเมืองทุกคนแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ถ้าระบบตรงนี้ไม่ทำงานเนี่ย ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกออกแบบไว้ตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี 40 ปี 50 ปี 60 เป็นต้นมาเนี่ย ไม่อาจจะทำงานหรือเกิดขึ้นได้จริง ภารกิจของการที่จะรักษาระบบตรงนี้ จึงเป็นของพวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง