วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 14:23 น.

การเมือง

“มท.2 พลพีร์” ย้ำ ขีดเส้นรายงานความคืบหน้าตรวจสอบสุสานเถื่อนแปดริ้ว ภายในวันอาทิตย์นี้

วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.59 น.

“มท.2 พลพีร์” ย้ำ ขีดเส้นรายงานความคืบหน้าตรวจสอบสุสานเถื่อนแปดริ้ว ภายในวันอาทิตย์นี้ พร้อมสั่งการทุกจังหวัดสำรวจการดำเนินการจัดสุสานอย่างเคร่งครัด กำชับจังหวัดเดินหน้าเร่งสอบวินัยผู้นำท้องที่พัวพันยาเสพติด - ผับเถื่อน

เมื่อวันที่  11 กันยายน 2569  เวลา 10.40 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมติดตามความคืบหน้าจากกรณีการตรวจสุสาน JEWISH CEMETRY THAILAND และติดตามประเด็นด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ที่ว่าการอำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
.
นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับกรณีการใช้พื้นที่เพื่อตั้งสุสานเถื่อน ประเด็นที่ผมขอออกเป็นคำสั่งอย่างชัดเจนในวันนี้ คือทางจังหวัดต้องทำสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอยื่นใช้พื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2564 เอกสารหลักฐานและสภาพภูมิศาสตร์ในขณะนั้นถูกต้องครบถ้วนตามเกณฑ์การออกใบอนุญาตสุสานหรือไม่ และอะไรคือความเปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2564 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่ทำให้สถานที่นี้ไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งท่านนายอำเภอบางคล้าในฐานะที่เคยรับผิดชอบพื้นที่และเป็นหนึ่งในผู้อนุมัติตั้งแต่แรก ย่อมมีข้อมูลเชิงลึกที่ต้องนำมารายงานให้ชัดเจน
.
”ประการต่อมา ทั้งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเช็กทั้ง 4 ร่างที่พบว่าเป็นชาวอิสราเอลจริงหรือไม่ เดินทางเข้ามาเมื่อไหร่ ถือวีซ่าประเภทใด และมีสาเหตุการเสียชีวิตจากอะไร สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือหากร่างในหลุมปูนไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่เป็นพี่น้องคนไทยของเราที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุแล้วถูกนำมาสวมรอย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ยิ่งไปกว่านั้น วันที่เทปูนทับหลุมยังระบุเป็นปี 2025 และปี 2026 ซึ่งเมื่อเทียบปีศักราชแล้วถือว่าเกิดขึ้นหลังปี 2566 มีความผิดปกติอย่างชัดเจน เราจะปล่อยให้ใครก็ตาม แม้จะถือสัญชาติไทย มาทำตามอำเภอใจบนผืนแผ่นดินไทยไม่ได้ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย“ นายพลพีร์ กล่าว
 
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องยกระดับตรวจสอบอย่างจริงจังไปทั่วประเทศ รวมไปถึงสุสานที่เจริญกรุง ในกรุงเทพ ซึ่งเปิดดำเนินการถูกต้องและมีคนไทยเป็นเจ้าของ แต่กลับมีกลุ่มชาวต่างชาติไปเช่าพื้นที่และนำร่างไปฝังไว้ถึง 49 หลุมนั้น ก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดว่าพวกเขาคือใคร มาอย่างไร และเสียชีวิตจากสาเหตุใด การจะเคลื่อนย้ายหรือนำศพมาฝังโดยไม่ผ่านโรงพยาบาล ไม่มีการชันสูตร และไม่มีใบมรณบัตรตามระเบียบราชการ จะทำเหมือนเป็นรถขายไอติมนึกจะจอดจะเทปูนตรงไหนก็ทำไม่ได้ ขณะเดียวกัน กรมการปกครองต้องจัดทำระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่ชัดเจน สรุปยอดสุสานและฌาปนสถานทั่วประเทศ ทั้งที่มีและไม่มีใบอนุญาต โดยจำแนกตามกลุ่มศาสนาให้ครบถ้วน ไม่ปล่อยให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนเหมือนที่ผ่านมา
 
”สำหรับพื้นที่เกิดเหตุ หากครบกำหนดคำสั่ง 7 วันของท่านผู้ว่าฯ แล้วทางฝ่ายผู้ครอบครองยังไม่ยินยอมเคลื่อนย้ายร่างออกไป จังหวัดจะต้องเตรียมแผน 1, 2 และ 3 รองรับไว้ทันที ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในการรื้อถอน การคิดค่าใช้จ่าย ผู้รับจ้างรื้อถอน ตลอดจนสถานที่รองรับร่างผู้เสียชีวิตให้ถูกต้องตามหลักศาสนา เราเป็นประเทศที่มีขื่อมีแป จะขุดขึ้นมาแล้วนำไปลอยแม่น้ำไม่ได้ รายละเอียดทั้งหมดนี้ รวมถึงข้อเท็จจริงว่าญาติของผู้เสียชีวิตรับทราบหรือไม่ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนและนำมารายงานผมในการประชุมวันอาทิตย์นี้ ภายในเวลา 16.00 น. ด้วย“ นายพลพีร์ กล่าว
 
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการถือครองที่ดิน แม้ทางบริษัทจะมีชื่อผู้ก่อตั้งเป็นบุคคลต่างชาติที่แปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่งตามข้อกฎหมายสามารถถือครองที่ดินได้ เราจึงต้องไปมุ่งเน้นสืบสวนในประเด็นการละเมิดกฎหมายด้านอื่น ๆ แทน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งการไปยังทุกจังหวัดให้สรุปข้อมูลสถานประกอบการเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และหากพบจุดใดที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
 
นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายถึงการติดตามความคืบหน้า ในการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีการลงพื้นที่จับกุมสถานบันเทิงผิดกฎหมายที่พบทั้งยาเสพติดและเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้นำท้องที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้สั่งการให้ทางจังหวัดได้ยกระดับการทำงาน เร่งตรวจสอบความผิดของผู้นำท้องที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการทางวินัย และดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการปล่อยให้บุคคลที่กระทำผิดยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนตามปกติ สิ่งสำคัญคือการทำงานของกระทรวงมหาดไทยเราจะปล่อยให้ขั้นตอนใดล่าช้าไม่ได้ เพราะเราจะต้องเป็นต้นแบบของการจัดระเบียบสังคมให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ สร้างความถูกต้อง และความยุติธรรมให้กับความผาสุกของพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง