การเมือง
"พลพีร์" ลงพื้นที่เยี่ยมชม "โคก หนอง นา" ตำบลไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
"พลพีร์" ลงพื้นที่เยี่ยมชม "โคก หนอง นา" ตำบลไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ชื่นชมแนวทางประยุกต์วิถีชีวิตสู่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ชูแนวคิดยกระดับ "โคก หนอง นา" สู่แหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตรเชิงธุรกิจ (SE) เน้นชุมชนสร้างจุดขาย-ประสบการณ์ ดึงเม็ดเงินนักท่องเที่ยวเข้าท้องถิ่น สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนส่งเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน น.ส.วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เครือข่ายโคกหนองนา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา" หมู่ที่ 3 ตำบลไผ่ล้อม อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินเยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน จากกลุ่มองค์กรเครือข่ายและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ 1) "ตบนะ" (KBO) สุรากลั่นขนาดเล็กจากผักตบชวา อำเภอภาชี 2) "กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านใหม่" ซึ่งได้รับรางวัล "สิงห์ทอง" ประจำปี 2569 ประเภทกลุ่มนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งองค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ดีเด่นระดับจังหวัด โดยกรมการพัฒนาชุมชน 3) "ร้านบิ๊กบะหมี่" ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษตามโครงการ "บ้านนี้มีรับปลูกผักกินเอง" 4) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ 5) หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านตานิม หมู่ 2 ต.ตานิม อ.บางปะทัน 6) ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลท่าเจ้าสนุก ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP และ 7) เครือข่าย "โคก หนอง นา" ระดับจังหวัด
จากนั้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมปลูก "ต้นรวงผึ้ง" และ "ต้นมั่งมี" ในกิจกรรมฐานป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ปล่อยปลา โยน EM บอล แล้วเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ของศูนย์เรียนรู้ฯ โดย นายนพดล เรโนจันทร์ เจ้าของแปลงฯ ได้แก่ ฐานปรุงดินปลูก ฐานน้ำหมักชีวภาพ ฐานจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ฐานไข่เค็มดินสอพอง ฐานแปรรูปน้ำสลัด จากนั้นร่วมพบปะพูดคุยกับผู้ที่มาร่วมกิจกรรม
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมโครงการ "โคก หนอง นา" เพราะมีความผูกพันกับการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตนตั้งใจจะให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นทั้งแหล่งความรู้และเป็นหน่วยงานที่ช่วยหารายได้ให้กับพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ขับเคลื่อนพื้นที่โคกหนองนา ผู้ที่ทำโคกหนองนาต่างมีจิตวิญญาณของเกษตรกรและยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทุนเดิม หากผลิตผลขายไม่ได้ก็สามารถบริโภคสิ่งที่มีอยู่ได้ แต่ในโลกยุคปัจจุบัน การปลูกผักสวนครัว ผลไม้ หรือเลี้ยงปลาเพียงเพื่อประทังชีวิตนั้นไม่เพียงพอต่อการรองรับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ทุกคนต่างมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
"ปัจจุบันมีพื้นที่โคกหนองนาทั่วประเทศมากกว่าหมื่นแห่ง แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือเรายังไม่สามารถยกระดับพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง ดังนั้นโจทย์สำคัญในวันนี้คือการที่กรมการพัฒนาชุมชนจะต้องผลักดัน "โคก หนอง นา"และโครงการต่าง ๆ ให้เข้าไปโดดเด่นอยู่ในแผนที่การท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอและแต่ละจังหวัดให้ได้ ดังนั้น พัฒนาชุมชนจังหวัดจำเป็นต้องมีเป้าหมายในการจัดการพื้นที่ โดยนำของดีในชุมชนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น การนำผักตบชวามาหมักเป็นเหล้าหรือดัดแปลงทำเป็นจาน การปลูกผักไร้สารเคมี การจัดการพื้นที่สวนบัว รวมถึงการนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยหมัก หากในวันหยุดสุดสัปดาห์มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียง 100 คน บูธผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งอาหารท้องถิ่นอย่างแกงส้ม หรือกิจกรรมสาธิตการทำไข่เค็มที่ให้นักท่องเที่ยวกลับมาดูผลลัพธ์ในสัปดาห์ถัดไป ก็จะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างแน่นอน" นายพลพีร์ กล่าว
เราไม่ควรปล่อยให้ "โคก หนอง นา" เป็นเพียงพื้นที่จัดทำรายงานส่งประกวดประจำปี แต่ต้องตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใกล้เคียงอย่างปทุมธานีหรือรังสิตให้เดินทางมาเยือน พร้อมกันนี้ยังต้องมีการพัฒนาเรือนพักและร้านอาหารเล็ก ๆ ที่บริหารจัดการโดยคนในพื้นที่เอง แม้ในปัจจุบันรายได้จากที่พักโคกหนองนาทั่วประเทศจะยังอยู่ในระดับหลักแสนหรือหลักล้านต้น ๆ แต่หากเราตั้งเป้าให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนถึงปีละ 100 ล้านบาทก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนเมืองจำนวนมากยินดีจ่ายเงินเพื่อสัมผัสประสบการณ์วิถีเกษตร เช่น การสูดกลิ่นโคลนหรือกลิ่นดอกบัวในยามเช้า
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในการพัฒนา"โคก หนอง นา" ทั้ง 77 จังหวัด เราจึงไม่จำเป็นต้องทำโฮมสเตย์ เลี้ยงปลา หรือทำเล้าไก่ในรูปแบบที่ซ้ำกันไปเสียหมด แต่ละพื้นที่ต้องหาจุดขายของตัวเองเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อและต้องการประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ตัวอย่างเช่น การเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวใส่กางเกงขาสั้นลงไปจับปลานิลหรือปลาทับทิมในบ่อโคลนด้วยตัวเอง ซึ่งแม้พวกเขาอาจจะทำเพียงปีละครั้ง แต่มันคือความประทับใจที่สามารถนำไปเล่าต่อได้ นอกเหนือจากการขายองค์ความรู้แล้ว เราจึงต้องเน้นการขายประสบการณ์ ควบคู่ไปด้วย
"การพัฒนา "โคก หนอง นา" ต้องก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจระดับท้องถิ่น (SE) ที่เปิดโอกาสให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจสะพัด ควบคู่ไปกับการรักษาเจตนารมณ์ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 หากผู้ประกอบการต้องการเสริมความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ กรมฯ ก็พร้อมที่จะเชื่อมโยงแพลตฟอร์มอย่าง Airbnb เข้ามาช่วยโฆษณาและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้จริง การที่หลายพื้นที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านหรือตำบลตัวอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ความท้าทายคือการนำรางวัลเหล่านั้นมาต่อยอด เปลี่ยนวิธีคิดใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูด เราจึงต้องรู้จักสร้างแบรนด์ให้กับโคกหนองนาของเราเอง พร้อมนำเสนอประสบการณ์เหล่านี้เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ ได้เข้ามาท่องเที่ยวสัมผัสสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ในเมืองใหญ่" นายพลพีร์ เน้นย้ำ
กรมการพัฒนาชุมชน จึงต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนบริบทการทำงาน เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ขององค์กรถูกจำกัดอยู่เพียงผ้ามัดย้อม ผ้าไหม หรือกระเป๋าสานที่ซ้ำซาก แต่ควรเพิ่มความน่าสนใจด้วยของดีประจำถิ่นอย่างโรตีสายไหม ชาชัก หรือก๋วยเตี๋ยวเรือ ในแต่ละปีการจัดงาน OTOP ที่กรุงเทพมหานคร สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาถึงกว่า 4,000 ล้านบาท ความท้าทายสูงสุดคือจะทำอย่างไรดึงเม็ดเงินจากคนเหล่านั้นมาแบ่งสรรให้พื้นที่โคกหนองนาในแต่ละจังหวัดได้ถึงแห่งละ 2-3 ล้านบาทต่อปี
อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยว (Routing) โดยนำโมเดลของ "มิชลินไกด์" มาประยุกต์ใช้ มิชลินไกด์ไม่ได้ทำหน้าที่รับรองแค่ร้านอาหารที่เปิดมานานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสถานที่ท่องเที่ยวด้วย กรมการพัฒนาชุมชนจึงควรริเริ่มทำมาตรฐานในลักษณะมิชลินไกด์สำหรับการท่องเที่ยวบ้างเพื่อการันตีคุณภาพ เปรียบเหมือนการเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีหลากหลายเส้นทางให้เลือก การทำโคกหนองนาก็ไม่ควรยึดติดอยู่กับเส้นทางหรือกรอบเดิม ๆ แต่ควรกล้าที่จะลองผิดลองถูกและแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ หากลงมือทำแล้วยังไม่สำเร็จก็ถือเป็นบทเรียน แต่ถ้าเกินกำลังก็เป็นหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชนที่จะเข้าไปช่วยเหลือและผลักดัน ทั้งนี้ หวังว่าข้อเสนอแนะทั้งหมดจะเป็นประโยชน์และช่วยสร้างพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้คิดสรรค์สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดหมุนเวียน และช่วยให้ทุกคนก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุขและมั่นคงอย่างแท้จริง" นายพลพีร์ กล่าวในช่วงท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ยศชนัน” ดัน 7 โครงการชลประทาน ขอนแก่น 375 ล้าน แก้แล้งซ้ำซาก อ.พระยืน ชูงบ 50 ล้านฟื้น “ฝายบ้านหินเหิบ” 11 ก.ย. 2569
- “วราวุธ” ร่วมประชุมบอร์ด BOI ไฟเขียวกรอบทิศทางใหม่ เน้นส่งเสริมการลงทุนตอบโจทย์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 11 ก.ย. 2569
- "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามโครงการ "จากขยะสู่พลังงาน สู่ชุมชนสะอาด" 11 ก.ย. 2569
- กมธ.ศาสนาฯ เร่งชุบชีวิต “โคกพนมดี” แหล่งเจ้าแม่ 3,600 ปี เปิดทางท้องถิ่นดูแลเต็มตัว 11 ก.ย. 2569
- "อภิสิทธิ์" เตือนรัฐบาลอย่าอ้างเสถียรภาพกลบทุจริต จี้ กกต. ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ย้ำบทเรียนอดีตจำคุกองค์กรอิสระ 11 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาประมง ชี้อาชีพใกล้ล่มสลาย จี้รัฐปรับวิธีคิด-ตั้งวาระแห่งชาติ 20:37 น.- เดินหน้าลุยถึงประตูบ้าน! “สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ แท็กทีมกรมการปกครอง 17:20 น.
- กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า 16:21 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เป็นการตั้งองค์กรเก็บภาษีเองใช้เงินได้เอง โดยไม่ผ่านสภาฯ สร้างปัญหาทั้งเศรษฐกิจและหลักการคลัง 15:40 น.
- “มท.4” แจงปม IP เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายราย ย้ำอย่าเพิ่งโยงทุจริต ชี้เป็น IP สำนักงานจังหวัด ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตร่วมกันทั่วประเทศ 15:37 น.



