วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 07:47 น.

การเมือง

“สุชาติ” เพื่อไทย ชู 3 ข้อเสนอปฏิรูปกฎหมายแรงงาน ย้ำต้องเพิ่มงาน เพิ่มรายได้ ลดภาระราชการ พร้อมเร่งกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.50 น.

“สุชาติ ธาดาธำรงเวช” อภิปรายร่างกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน หนุนค่าตอบแทนเป็นธรรม ยกระดับความปลอดภัยและหลักประกันสังคม พร้อมเสนอปรับกระบวนการพิจารณาคดีแรงงานและคดีค้ามนุษย์ให้รวดเร็ว โปร่งใส และผู้เสียหายได้รับเงินชดเชยจริง ชี้กฎหมายต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เพิ่มภาระในการทำมาหากิน

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 17 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง โดยแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายสำคัญด้านแรงงานและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ศาสตราจารย์ดร.สุชาติกล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาการคุ้มครองแรงงานและปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขั้นตอนทางกฎหมายหรือขยายระบบราชการ แต่ต้องช่วยให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพียงพอ และได้รับความเป็นธรรมเมื่อเกิดข้อพิพาท

ชู 3 ข้อเสนอ คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน

สำหรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ศาสตราจารย์สุชาติเห็นว่า รูปแบบการทำงานของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยี จากเดิมที่เน้นงานเย็บเสื้อผ้า งานประกอบชิ้นส่วน และงานหัตถกรรม ปัจจุบันยังครอบคลุมถึงการรับงานผ่านระบบออนไลน์และงานบริการประเภทต่าง ๆ กฎหมายจึงต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานที่เปลี่ยนไป

พร้อมเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

สร้างหลักประกันค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนให้คำนึงถึงระยะเวลาทำงาน ต้นทุนการผลิต และลักษณะของงาน ผู้จ้างต้องแจ้งเงื่อนไขค่าตอบแทนอย่างชัดเจน จ่ายเงินตรงเวลา และไม่หักค่าจ้างโดยไม่เป็นธรรม รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ในกรณีจ้างงานผ่านผู้รับเหมาช่วง เพื่อป้องกันการกดราคาจนผู้รับงานมีรายได้ไม่เพียงพอ

ยกระดับความปลอดภัยและส่งเสริมหลักประกันสังคม โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสารเคมี ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ทำงานและสมาชิกในครอบครัว ควรกำหนดหน้าที่ของผู้จ้างในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายและรับผิดชอบต่อความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมให้แรงงานที่มีรายได้ไม่แน่นอนเข้าถึงหลักประกันทางสังคมเมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเข้าสู่วัยชรา

ลดขั้นตอนราชการและส่งเสริมการจ้างงาน โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการทำสัญญาและดำเนินการเกี่ยวกับค่าตอบแทน ลดภาระเอกสารและต้นทุนที่ไม่จำเป็น พร้อมพัฒนาทักษะแรงงาน ส่งเสริมการเข้าถึงตลาด และสนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสทำงานและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการรายย่อยจนไม่กล้าจ้างงาน

ศาสตราจารย์ดร.สุชาติสรุปว่า กฎหมายฉบับนี้ควรตอบโจทย์ 3 เรื่อง ได้แก่ ประชาชนต้องมีงานทำมากขึ้น มีรายได้สูงขึ้นและได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรม ตลอดจนลดภาระราชการที่ไม่จำเป็น โดยย้ำว่าการพัฒนาประเทศต้องอาศัยการเพิ่มผลผลิต การจ้างงาน และรายได้ที่แท้จริงของประชาชน ไม่ใช่การขยายระบบราชการให้ใหญ่โตขึ้น

หนุนปรับกระบวนการยุติธรรมแรงงานและคดีค้ามนุษย์

ส่วนการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ ศาสตราจารย์สุชาติแสดงความเห็นด้วยกับหลักการปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดี โดยเห็นว่าการให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานตามที่กฎหมายกำหนด ควบคู่กับการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา เป็นแนวทางที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการจัดระเบียบอำนาจศาล แต่ต้องทำให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง โดยเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ

แบ่งอำนาจศาลให้ชัดเจนและป้องกันการหลีกเลี่ยงความผิดฐานค้ามนุษย์ ต้องแยกความผิดตามกฎหมายแรงงานทั่วไปออกจากความผิดฐานค้ามนุษย์หรือการบังคับใช้แรงงานที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงอย่างชัดเจน พร้อมจัดให้มีกลไกประสานงานระหว่างศาล พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและความล่าช้า รวมถึงไม่ให้ผู้เสียหายสูญเสียสิทธิที่พึงได้รับ

ทำให้ความยุติธรรมรวดเร็ว ประหยัด และเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะคดีค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและครอบครัว ควรนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการยื่นคำฟ้อง ส่งเอกสาร และติดตามสถานะคดี พร้อมจัดบริการช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ และให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและล่ามแก่แรงงานต่างด้าวอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การเร่งรัดคดีต้องไม่กระทบสิทธิในการต่อสู้คดีของทุกฝ่าย

ทำให้ผู้เสียหายได้รับค่าจ้างและเงินชดเชยจริง ไม่ใช่เพียงชนะคดีในศาล แต่ไม่สามารถบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ ควรมีมาตรการคุ้มครองทรัพย์สินและการบังคับคดีที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การตรวจสอบของศาลและหลักประกันสิทธิของทุกฝ่าย พร้อมจัดให้มีหน่วยงานช่วยเหลือผู้เสียหายตั้งแต่เริ่มดำเนินคดีจนได้รับเงินตามสิทธิ และรายงานผลเป็นประจำทุกปี ทั้งจำนวนคดี ระยะเวลาพิจารณา และสัดส่วนผู้เสียหายที่ได้รับเงินชดเชยจริง

ศาสตราจารย์ดร.สุชาติเน้นย้ำว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมไม่ควรวัดจากจำนวนคดีที่ดำเนินการเสร็จสิ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าประชาชนได้รับความเป็นธรรมและได้รับเงินชดเชยตามสิทธิจริงหรือไม่ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่อาจเสียเปรียบจากการขาดแคลนทรัพยากรในการต่อสู้คดี

ย้ำกฎหมายต้องช่วยประชาชนทำมาหากิน ไม่ใช่เพิ่มอุปสรรค

ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์สุชาติกล่าวว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ใช่ประเทศที่มีกฎหมายจำนวนมากหรือมีระบบราชการขนาดใหญ่ แต่เป็นประเทศที่ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว เท่าเทียม และเป็นธรรม กฎหมายต้องคุ้มครองผู้สุจริต ลงโทษผู้กระทำผิด และไม่ปล่อยให้ผู้มีรายได้น้อยเสียเปรียบเพียงเพราะไม่มีทุนทรัพย์ในการดำเนินคดี

ทั้งนี้ ได้ฝากข้อเสนอให้รัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งในด้านการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ยกระดับการคุ้มครองแรงงาน และพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนได้รับผลอย่างเป็นรูปธรรม

รับชมการอภิปรายฉบับเต็ม ที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน: https://youtu.be/YDSe1uvIoRY และร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์: https://www.youtube.com/watch?v=lCGlIJa7JB8

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง