วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:15 น.

ภูมิภาค

นมัสการพระบรมสารีรักธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรม“หลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร” สอนไม่เบียดเบียนผู้อื่น

วันเสาร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 05.24 น.

นมัสการพระบรมสารีรักธาตุ  สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 ฟังธรรม“หลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร” สอนไม่เบียดเบียนผู้อื่น

    


เมื่อวันก่อน ได้มีโอกาสเดินทางไปนมัสการพระบรมสารีรักธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่วัดป่าสุนทราราม บ้านกุดแห่ ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร โดยมีพระครูสุนทรศีลขันธ์(หวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร ) อายุ 94 ปี บวช 68 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุนทราราม มีพระสงฆ์  21 รูป สามเณร 12 รูป แม่ชี 5 คน  มรรคนายก 5 คน สังกัด ธรรมยุตินิกาย บนเนื้อที่ 140 ไร่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้หลายชนิด รวมถึง ไม้พะยูง จำนวนหนึ่ง เป็นเพราะหลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร เป็นพระสายวัดป่า เดินธุดงค์ กรรมฐาน ศิษหลวงปู่ดี ฉันโน ซึ่งหลวงปู่ดี เป็นศิษย์ หลวงปู่มั่น ภูริตตโต มีวัตรปฏิบัติที่ดีงาม จึงมีญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางไปฟังธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม รักษาศีล ไม่ได้ขาด โดยเฉพาะ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มักจะนำบุตรหลาน ไปให้หลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร ตั้งชื่อ  เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิตแก่เด็กเล็ก อย่างต่อเนื่อง

 


    

และที่โดดเด่น เห็นเด่นชัด สะดุดตาแก่ผู้คนที่ผ่านไปมา ในเส้นทางถนนชยางกูร สายหลัก ( อำนาจเจริญ – มุกดาหาร) นั่นคือ เจดีย์ศรีสุนทรบวรมงคลกุศลไพบูลย์เพิ่มพูนบารมี ซึ่งตั้งอยู่หน้าวัด ที่ความสูง 39 เมตร ฐานกว้าง 26 เมตร แบ่งออกเป็น 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 . เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของ อุบาสก อุบาสิกา ภายใน ประดิษฐาน พระพุทธรูปสีขาว ด้านขวา หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ดี ฉันทโน และด้านซ้ายรูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริตตโต ,ชั้นที่ 2 ประดิษฐาน รูปเหมือนหลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโรและอัฐบริขาร ,ชั้นที่ 3 สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พระประธานและพระอรหันต์ธาตุ,ชั้นที่ 4 สถานที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบูชาพระรัตนตรัย บูชาวิสุทธิธรรม สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาและของแผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์สุขแก่ทวยเทพและมวลมนุษย์ตลอดกาลนาน
    

ก่อนเดินทางกลับ ได้มีโอกาสฟังธรรมเทศนา เรื่อง วิธีปฏิบัติ พระไตรสรณคมน์ จากพระครูสุนทรศีลขันธ์ หรือ หลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร เจ้าอาวาสวัดป่าสุนทราราม ว่า ต่อไปนี้ ขอให้พวกเราทั้งหลาย จงตั้งอกตั้งใจฟัง โดยความเคารพ ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ เคารพทางกาย คือ ไม่คะนองมือคะนองเท้า  นั่งสงบ เคารพทางวาจา คือ ไม่พูด ไม่คุยกันเวลาท่านแสดงธรรม เคารพทางใจ คือ ไม่ส่งใจไปทางอื่น นั่งสงบ ฟังท่านแสดงธรรม พิจารณาตามกระแสธรรมที่ท่านพูด พวกเราก็จะเข้าใจ การที่ได้ปฏิญาณตนถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์แล้ว ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัท ชายเป็นอุบาสก หญิงเป็นอุบาสิกา ในพระพุทธศาสนา ผู้ที่ปฏิบัติตน ถึง ไตรสรณคมน์แล้ว ต้องมีคารวะ 6 ประการ คือ 1.เคารพในคุณพระพุทธเจ้า 2.เคารพในคุณพระธรรมเจ้า 3.เคารพในคุณพระสงฆ์เจ้า 4.เคารพในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา 5.เคารพในความไม่ประมาท 6.เคารพในการปฏิสันถาร

 


1.   เคารพในคุณพระพุทธเจ้า บัดนี้ พระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานนานแล้ว เหลือแต่พระคุณของพระองค์ และพระปฏิมากรรูปเหมือนของพระองค์เท่านั้น เมื่อเรามาปลูกศรัทธา ความเชื่อ ความเลื่อมใส ลงในคุณพระพุทธเจ้าอย่างแน่นแฟ้น ไม่คลอนแคลน หวั่นไหว ขอให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระองค์ ด้วยความมั่นใจเต็มความสามารถ คือ เว้นที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตามที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาต อนึ่ง การไม่นำเรื่องของพระพุทธเจ้ามาล้อเล่นเฮฮาเป็นเรื่องสนุกโปกฮา หรือ ไม่สวมรองเท้า ไม่สมหมวก ไม่กางร่มไปในปูชนียสถาน วิหาร ลานพระสถูป อันเป็นที่เคารพในคุณของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน


2.   เคารพในคุณพระธรรม นั่นคือ เราปฏิบัติธรรมวินัยโดยไม่บกพร่อง ทั้งในทางที่ลับและที่แจ้ง สิ่งใดที่ท่านสอนพวกเราก็ประพฤติปฏิบัติตาม ไม่ล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ  หรือ เราเป็นผู้แสดงธรรมก็แสดงไปโดยบทแห่งธรรม ไม่ตัดลัด หรือแสดงโดยตลกคะนองเฮฮา พบหนังสือธรรมก็ไม่เดินเหยียบ ไม่ทำลาย อันนี้ ชื่อว่า เคารพในพระธรรม

 


3.   เคารพในคุณพระสงฆ์ คือ ระลึกถึงคุณความดีของพระสงฆ์ เป็นต้นว่า สุปะฏิปันโน อุชุปะฏิปันโน ญายะปฏิปันโน สามีจิปะฏิปันโน  ภาคะวะโต สาวะกะสังโฆ พระสงฆ์สาวกจองพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว ปฏิบัติเป็นธรรมแล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว ดังนี้เป็นต้น เวลาเห็นพระสงฆ์ก็ให้แสดงความเคารพ กราบ ไหว้ เมื่อสวมหมวก สวมรองเท้า ให้ถอดออก ตลอดจนเชื่อฟังคำตักเตือนสั่งสอนในทางธรรม ชื่อว่า เคารพในพระสงฆ์


4.   เคารพในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เคารพในศีล คือ เราเป็นอุบาสก อุบาสิกา รักษาศีล 5 ต้องรักษาให้บริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง มีสติ สำรวมระวังไม่ให้ขาดจากศีล 5 ข้อ คือ 1.ไม่ฆ่าสัตว์ 2.ไม่ลักทรัพย์ 3.ไม่ประพฤติผิดในกาม 4.ไม่พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ไร้สารประโยชน์  5.ไม่ดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความประมาท
    

สำหรับผู้ที่รักษาศีลอุโบสถก็ให้ปฏิบัติเช่นกัน เคารพใน สมาธิ คือ มีความตั้งใจ มั่นคง ไม่หวั่นไหว รักษาจิตไม่ให้ฟุ้งซ่านไปในทางที่ผิดศีลธรรม เคารพในปัญญา ปัญญา คือ ความรอบรู้ รู้จักบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ รู้จักใช้ปัญญาศึกษาเล่าเรียนศิลปะวิทยาการ ทั้งทางโลกและทางธรรม ด้วยความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน ประกอบด้วยอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อันจักทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น


5.   เคารพในความไม่ประมาท คือ ไม่ประมาทมัวเมาในชีวิต ว่าจะไม่ตายง่าย วันเดือนปีนาทีผ่านไป ชีวิตของเราก็ล่วงจากเด็กเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นผู้ใหญ่แก่เฒ่าในที่สุด เราอย่าได้ประมาทชีวิต เร่งสร้างคุณความดี มีการเข้าวัด ฟํงธรรม จำศีล เจริญเมตตาภาวนา บริจาคทาน การกุศล เพราะความตายมันจะมาถึงเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เมื่อมีเกิดก็มีตาย ขอให้พวกเราอย่าได้ประมาท ให้เป็นผู้มีสติ ไม่เผอเรอ ระวังใจไม่ให้กำหนัดยินดีในอารมณ์ที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดเข้าครอบงำจิตใจ และพร้อมที่จะละกายทุจริตแล้วประพฤติกายสุจริต อันนี้ได้ชื่อว่า เคารพในความประประมาท

 


6.   เคารพในการปฏิสันถาร นั่นคือ แขกใกล้ไทยมา พ่อ แม่ ญาติพี่น้องมาเยี่ยม เราต้องต้อนรับ ได้แก่  ข้าว น้ำ โภชนาการ ตลอดที่พักอาศัย ต้อนรับโดยธรรม คือ ธรรมปฏิสันถาร คือ การสนทนาธรรม ชักนำให้ประพฤติ ปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่อัธยาศัย เพื่อให้หูตาสว่างมองเห็นธรรมตามสมควรแก่อัตภาพ ปฏิสันถารรั้ง 2 อย่างนี้ ผู้ใดทำได้เชื่อว่า เคารพในปฏิสันถาร


  เมื่อเราปฏิญาณตนแล้ว ก่อนนอนต้องไหว้พระไตรสรณคมน์ ไม่ให้ขาด ตลอดทั้งเช้าและเย็น หลังจากไหว้พระเสร็จ ก็สำรวมจิตใจให้สงบเป็นสมาธิ แผ่เมตตาให้ตนเองและสรรพสัตว์ ทั้งหลาย ให้ครูบาอาจารย์ พ่อ แม่ ตามบทแผ่เมตตา ซึ่งผู้มีความเมตตาปรารถนาไม่ให้สัตว์อื่นตกทุกข์ได้ยาก โดยเปรียบเทียบกับตนเองที่รักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด ผู้อื่นสัตว์อื่นก็เหมือนกัน และไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันนั่นเอง...


สนธยา ทิพย์อุตร/อำนาจเจริญ รายงาน

หน้าแรก » ภูมิภาค