วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562 06:01 น.

ภูมิภาค

หนุ่มหนีคดี 8 พันนาน 6 ปี รวบคาโรงงาน-โอดแค่นี้ก็แจ้งจับ

วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.30 น.

หนุ่มหนีคดี 8 พันนาน 6 ปี
รวบคาโรงงาน-โอดแค่นี้ก็แจ้งจับ


หนุ่มวัย 32 ปี ชาวนางรอง บุรีรัมย์ เอาการ์ดน้ำมันบริษัทที่ จ.สุราษฯไปรูดเป็นเงินสด 8,000 บาท แล้วหนีมาอยู่บ้านเกิด ตำรวจทางหลวงเห็นพิรุธ ไม่สบตาเรียกสอบถามเช็คประวัติ 5 นาทีพบมีหมายจับ รวบมาสอบสวน สารภาพทำจริงให้เด็กปั้ม 20 เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนจากน้ำมันเป็นเงินสด ครวญเรื่องแค่นี้ก็แจ้งความ

 


วันที่ 14 ส.ค.62 พ.ต.ท.เดชาพัชร แก้วแหวน สารวัตรทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ (ส.ทล.2 กก.6 บุรีรัมย์)นำตัวนายอภิรักษ์ อุรารัมย์ อายุ 32 ปี ชาว ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มาสอบสวนที่สถานีตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ ตามหมายจับตำรวจภูธรพุนพิน อ.พุนพิน จ.สุราษธานี


หลังจากก่อเหตุเอาการ์ดเติมน้ำมันของบริษัทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสุราษธานี ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ ไปรูดเอาน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน ครั้งละ 4,000 บาทรวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 8,000 บาท แล้วเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นเงินสดด้วยการให้สินบนพนักงานปั้ม 20 เปอร์เซ็นต์ เหตุเกิดเมื่อเดือน กรกฎาคม 2557 หรือประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งศาลจังหวัดสุราษธานี ออกหมายจับ

 


ตำรวจทางหลวงจับกุมได้ที่โรงงานยางแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ระหว่างออกตรวจในเขตรับผิดชอบ แล้วมาพบเห็นนายอภิรักษ์ ที่ตัว อ.ประโคนชัย ด้วยท่าทางพิรุธ นำมาสู่การตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว


นายอภิรักษ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นพนักงานขนส่งของให้ร้านสะดวกซื้อ เห็นวิธีคนขับใช้การ์ดไปเติมน้ำมัน จึงวางแผนใช้ในวันหยุดแอบขโมยการ์ดเติมน้ำมันไปขอรูดกับพนักงานปั้ม โดยจะให้พนักงานปั้มที่เป็นคนรูดจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาน้ำมัน

 


นายอภิรักษ์ ยังสารภาพด้วยว่า สาเหตุที่ทำเพราะเงินเดือนไม่พอใช้ โดยหลังจากบริษัททราบเรื่อง ก็หนีกลับไปหางานทำที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านเกิด และไม่คิดว่าจะถูกออกหมายจับ เพราะเป็นเงินแค่ 8,000 บาท จึงอยากจะฝากเตือนผู้ที่คิดจะทำหรือทำแบบนี้ว่าให้เลิก เพราะยังไงก็หนีไม่รอด


ด้าน พ.ต.ท.เดชาพัชร แก้วแหวน สารวัตรทางหลังบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวงได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ที่เขต อ.ประโคนชัย แล้วพบผู้ต้องหามีท่าทางน่าสงสัย พยายามหลบสายตาของตำรวจ

 

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปพูดคุยและขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงขอถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ต้องหาไว้ ก่อนจะเอามาตรวจสอบประวัติก็พบว่ามีหมายจับ จึงตามไปจับกุมทันที ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษธานี ในข้อหา”ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครอบของนายจ้าง”เบื้องต้นได้ประสานกับตำรวจภูธรพุนพิน โดยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ ได้นัดหมายส่งตัวผู้ต้องหากลางทางคือที่กรุงเทพฯ

หน้าแรก » ภูมิภาค