วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 01:57 น.

ภูมิภาค

“มงคลกิตติ์”ลงภูเก็ตติดตามกรณีพิพาท โครงการก่อสร้างคอนโดหรูและคลองสาธารณะ

วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 21.41 น.

“มงคลกิตติ์”ลงภูเก็ตติดตามกรณีพิพาท
โครงการก่อสร้างคอนโดหรูและคลองสาธารณะ

 

มงคลกิตติ์ลงภูเก็ตติดตามกรณีพิพาทโครงการก่อสร้างคอนโดหรูและคลองสาธารณะบางรัก หาดกะตะที่หายไป พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ผกก. และรองผกก.สภ.กะรน

 

 

วันนี้ (23ส.ค 62) นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และคณะ เข้าพบนายสุพจน์ ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อสอบถามข้อมูลเรื่องที่ดินจังหวัดว่าสั่งให้แก้ไขแผนที่ของโรงแรมกะตะธานี ให้แก้ไขแผนที่โฉนดให้เป็นคลองบางรักเหมือนเดิม เพราะถ้ามีการแก้ไขเหมือนเดิมแล้วจะทำให้ช่วงฤดูน้ำหลากน้ำจะไม่ต้องท่วมถนนของชาวบ้าน ซึ่งอาจจะต้องกินพื้นที่ของโรงแรมไปบางส่วน แต่ เป็นไปตามกฏหมาย ตามพรบ.ที่ดิน 2497

 

 

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อมาตรวจสอบข้อพิพาท ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านมาทางเฟสบุ๊กของพรรคฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมฯ เรื่องคลองสาธารณะบางรัก ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลแล้ว และจะได้ข้อมูลชัดเจนอีกช่วงบ่าย หลังเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าทางเทศบาลตำบลกะรนน่าจะทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่น่าจะผิดพลาดตรงขั้นตอนการอนุมัติ EIA ซึ่งขณะนั้นมีคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นมาแล้ว แต่ทำไมที่ดินจังหวัดไม่รายงาน หรืออาจจะมีการรายงานแล้วซึ่งต้องดูในบันทึกรายงานการประชุม เพื่อจะดูวาใครกันที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด หรือที่ดินจังหวัดเราก็ยังไม่แน่ใจ และนี่เป็นส่วนนึง อีกส่วนนึงคือเรื่องกรณีการก่อสร้างทับลำรางสาธารณะคลองบางรัก ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นช่วงประมาณปี 2520 กว่าๆ ซึ่งเรื่องนี้ทราบว่าที่ดินจังหวัด มีการสั่งการให้ดำเนินการแก้ไข โฉนดที่ดินให้มีคลองสาธารณะเหมือนเดิม ซึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วก็จะมีการบังคับใช้กฏหมาย กับผู้ครอบครองที่ดินให้ปรับปรุงแก้ไขให้กลับเป็นเหมือนเดิมเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ เพราะว่าเดิมทีแล้วแหล่งน้ำธรรมชาติจะต้องมีทางออกไปสู่ทะเล แต่ปัจจุบันไม่มีทางออก ก็จะเป็นปัญหาต่อไป เพราะฉะนั้นและเรื่องก็หมายก็ต้องว่าไปตามกฏหมาย
 


และอีกส่วนที่ไดรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมก็คือในส่วนความเดือดร้อนของพี่น้องที่ประกอบการร่มเตียงชายหาด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวน้อยลง เท่าที่ดูก็พบว่าสัดส่วนกำหนดพื้นที่นั้น มีผู้ประกอบการโรงแรมใหญ่ๆมีการวางร่มเตียงชายหาดให้นทท.จำนวนมาก สัดส่วนพี่น้องผู้ประกอบการที่เป็นชาวบ้านเหล่านี้มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม  ในช่วงรัฐบาล ชุดนึงก็อนุญาต แต่เมื่อถึงยุค คสช.ก็ไม่อนุญาต แต่กลับอนุญาตให้กับระบบทุนใหญ่  ซึ่งทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า ชาวบ้านหาดกะตะตำบลกะรนส่วนใหญ่ มีอาชีพเดิมชองเขา จนภายหลังมีโรงแรมสถานประกอบการขนาดใหญ่มาส้ราง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จนไปกินพื้นที่ของ การประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และพี่น้องบางรายถูกดำเนินคดีจากการมาทำมาหากินในที่สาธารณะ ที่ติดกับทะเล แต่ในส่วนโรงแรมใหญ่นั้นทำกินในพื้นที่ที่มีโฉนดวันนี้ได้รับทราบปัญหาและรับข้อมูลไว้ ตอนนี้  ตนไม่มีอำนาจ  จะมีอำนาจต่อเมื่ออยู่ในสภาฯ  เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบสร้างสรรค์ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกด้าน ชึ่งได้รับข้อมูลจากนายกเทศมนตรีตำบลกะรน และ รองนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ว่า พื้นที่ดินส่วนใหญ่เป็นโรงแรมหมดแล้วไม่มีที่ดินทำกินให้กับประชาชน ซึ่ง ประชาชนมีรายได้คือท่องเที่ยว  หลังจากคสช.ยึดอำนาจ นักท่องเที่ยวต้องไปนอนบนผืนทราย  จึงจะเสนอให้รัฐบาลผ่อนปรนเรื่องนี้ เพราะประชาชนจะไม่มีรายได้ เพราะเขาไม่มีที่ดินทำกิน และไม่ใช่เจ้าของโรงแรม การจะเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชนมากไปคงไม่ได้ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกรณีพิพาทโครงการก่อสร้างคอนโดหรูและคลองสาธารณะบางรัก หาดกะตะที่หายไป พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ผกก. และรองผกก.สภ.กะรน