วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 01:36 น.

ภูมิภาค

หวั่นซ้ำรอยลิขสิทธิ์กระทง ชมรมโอเกะเหนือร้องตร.ตรวจสอบถูกล่อชื้อ

วันศุกร์ ที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 20.29 น.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 พ.ย.62 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าคาราโอเกะ กว่า 50 คนได้มารวมตัวถือป้ายประท้วงการกระทำของกลุ่มที่อ้างตัวเป็นบริษัทลิขสิทธิ์เพลง ที่ออกตะเวนหาเงินบนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านเล็กร้านน้อยที่ยังชีพ โดยที่กลุ่มบริษัทเหล่านี้ไม่แจ้งว่าเพลงของตนคือเพลงอะไร แต่จะมาขอจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ซึ่งไม่ขอจัดเก็บให้ถูกต้องจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เหมือนค่ายเพลงอื่นๆ แต่อาศัยวิธีการล่อซื้อตามร้านต่างๆ แล้วนำไปแจ้งความเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบเหมือนกรณี ลิขสิทธิ์กระทงที่เป็นข่าวครึกโครม โดยระหว่างชุมนุมประท้วงได้มีพ.ต.อ.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ รองผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ปรีชา เนตรประชา ผกก.สอบสวน บก.สส.ภ.5 เข้ามารับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการ
 
นายวิจิตร ลิ้มสมบัตรอนันต์ ประธานชมรมคาราโอเกะแห่งประเทศไทยและภาคเหนือ ตัวแทนผู้ชุมนุมประท้วงเปิดเผยว่าเดิมทีการประกอบการเพลงคาราโอเกะ ตามร้านต่างๆ ทุกร้านทั้งที่เป็นตู้คาราโอเกะ หรือคอมพิวเตอร์ จะมีการซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากค่ายเพลงต่างๆ ที่จดทะเบียนการเก็บค่าลิขสิทธิ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยค่ายหนึ่งก็มีเพลงมากมายเฉลี่ยเดือนละ1,000 หรือมากกว่านั้นนิดหน่อย บางค่ายก็เก็บราย 3 เดือน รายปีแล้วแต่ค่ายเพลงใหญ่หรือเล็ก ซึ่งทุกร้านก็ประกอบการถูกต้องมาโดยตลอดเพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดกฏหมาย แต่มาในห้วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง (บริษัทเอ็มเอ็น มิวสิค) มีนาย ม. เป็นหัวหน้าทีมได้ส่งคนไปทำการล่อซื้อตามร้ายต่างๆทั่วจังหวัดเชียงใหม่ โดยทำทีมานั่งกิน และขอร้องเพลง"รักสาวลูกสอง" และเพลง"ยาดองน้องลืม" หากร้านไหนมีเปิดก็จะถุกถ่ายคลิ๊ป ถ่ายภาพ หากร้านไหนไม่มีก็จะทำทีขอเปิดในยูทูป และก็ดำเนินการถ่ายภาพแล้วนำไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่นั้นๆ เมื่อพนักงานสอบสวนรับเรื่องก็จะเรียกผู้ประกอบการร้านไปแล้วบอกว่ามีความผิดตามกฏหมายตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มีโทษหนักแต่หากไม่อยากถูกดำเนินคดีก็จะเจรจากับเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ โดยแรกเริ่มก็จะเรียกค่าจบคดี 25,000 ถึง 35,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ก็จะจบที่ตัวเลข 20,000 บาท โดยก่อนหน้นี้มีร้านที่ยอมจบคดีไปกว่า 20 ร้านค้า และมีการร้านที่ปรึกษากับทางกลุ่มชมรมคาราโอเกะและตัดสินใจสู้คดีกว่า 40 ร้าน โดยตอนนี้คดีก็ขึ้นสู่ชั้นพนักงานอัยการส่วนใหญ่ 
 
สำหรับบริษัทค่ายเพลงอื่นๆที่ขึ้นทะเบียนเก็บค่าลิขสิทธิ์กับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนใหญ่หากเพลงในค่าย มีการย้ายบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์หรืออื่นๆ ทางบริษัทต่างๆก็จะมีการแจ้งให้ผู้ประกอบการทำากรเปลี่ยนการจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ หรือหากเลยกำหนดเวลาก็จะมีการแจ้งเตือนทุกปีไม่เคยมีปัญหาใดๆ แต่กับเพลงทั้งสองมีการเปลี่ยนค่ายจัดเก็บ และเป็นค่ายที่ไม่ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนชวนสงสัย และพฤติกรรมการดำเนินการก็จะมาล่อซื้อเปิดเพลง วอนขอให้ทางร้านเปิด แล้วถ่ายรูปไปแจ้งความแบบนี้น่าจะเข้าข่ายเป็นผู้กระทำผิดเสียเองมากกว่า ในส่วนพนักงานสอบสวนก็ดูเป็นใจให้กับกลุ่มบริษัทเหล่านี้ในการดำเนินการขูดรีดเอาเงินกับทางประชาชน ทำทีไม่ทำคดีจะผิดมาตรา 157 แต่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้ ซึ่งก็เหมือนว่าอยู่ฝ่ายลิขสิทธิ์ 
 
การเข้ามาร้องเรียนวันนี้ก็เพราะอยากให้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มพนักงานสอบสวน ที่อยู่ฝ่ายลิขสิทธิ์ เหล่านี้ว่ามีการดำเนินการถูกต้องทุกขั้นตอนหรือไม่ ไม่อยากให้เกิดเป็นกรณีแบบลิขสิทธิ์กระทง ที่ข่มขู่หลอกเอาเงินเด็ก สำหรับคดีที่เกิดขึ้นกว่า 40 คดีทางชมรมคาราโอเกะ ก็จะต่อสู้ในชั้นศาลกับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์อย่างถึงที่สุดแน่นอน