วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 01:03 น.

ภูมิภาค

บูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมป้องกันลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่

วันอังคาร ที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 20.31 น.
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2562  ที่ห้องประชุมศรีลำดวน  โรงแรมศรีนครลำดวน  อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ  นายธงชัย  เจริญพานิชย์กุล  รอง  ผวจ.ศรีสะเกษ  เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการบริหารจัดการแผนงานด้วยระบบ  เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืนครั้งที่ 5 ( MIS  FOR  SUSTAINABLE  ROAD SAFETY)  ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมมือกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  โดยมี  นายบุญประสงศ์  นวลสายย์  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย  จ.ศรีสะเกษ  เป็นผู้กล่าวรายงาน  และมีผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด   สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  สำนักงานขนส่งจังหวัด แขวงทางหลวงจังหวัด แขวงทางหลวงชนบทจังหวัด  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัด  สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ในพื้นที่จังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัด  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด มูลนิธิ กู้ชีพ / กู้ภัย ในพื้นที่จังหวัด  และศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ / ท้องถิ่น  อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จำนวนประมาณ  111  คน  ทั้งนี้  เพื่อนำข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่มาวิเคราะห์ และจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ด้วยระบบเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีทิศทางการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่
 
นายธงชัย  เจริญพานิชย์กุล  รอง  ผวจ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  อุบัติเหตุทางถนน  เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย โดยจากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ ทางถนน  3  ฐาน ในปี  2561  มีผู้เสียชีวิต จำนวน 20,169  คน เฉลี่ยวันละ  55  คน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่  หมู่บ้าน  ชุมชน  ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  คือ ถนนในหมู่บ้าน ชุมชน  และรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  จากข้อมูลดังกล่าวศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ  ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นกลไกหลักในการบูรณาการการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ ให้สามารถลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ต้องอาศัยปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ทั้งการบริหารงานแบบบูรณาการที่ต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม กลไกการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบงานสนับสนุนให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการนำแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่นไปปฏิบัติ ให้เกิดความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบต่อไป
 
ทางด้าน  นายบุญประสงศ์  นวลสายย์  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย  จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ โดยจากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติและบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ในปี 2562 มีผู้เสียชีวิต จำนวน 20,169 คน เฉลี่ยเสียชีวิตวันละ 55 คน โดยสาเหตุหลักส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  เมาสุรา  ตัดหน้ากระชั้นชิด และแซงรถผิดกฎหมาย ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  คือ ถนนในหมู่บ้าน ชุมชน และรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  ดังนั้น  ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่องโดยได้นำกรอบปฏิญญามอสโกและนโยบายรัฐบาลมาจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน  เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมาย มาตรการ และแผนงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ทางถนนของประเทศ โดยมี บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น  ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทำหน้าที่เยียวยาให้การคุ้มครองผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถ กรณีบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย