วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 04:25 น.

ภูมิภาค

เกษตรกรชุมพรช็อค! ปลากะพงน็อคน้ำตายคากระชัง เสียหายกว่าครึ่งล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.53 น.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 ม.ค.63  นายภานุมาศ  เพชรสังกฤษ ประมงอำเภอสวี จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 3 นาย และนายสุรชัย  แดงละอุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวี เดินทางลงพื้นที่บ้านไร่ล่าง หมู่ 1 ตำบลปากแพรก อำเภอสวี หลังได้รับแจ้งจากนายกิติศักดิ์  ส่งข่าว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ว่าปลากะพงที่กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไว้ในกระชังในคลองสวีเฒ่าเกิดน๊อคน้ำตายเป็นจำนวนมากคาดว่าน้ำในคลองอาจจะเสีย
 
นายกิติศักดิ์  ผู้ใหญ่บ้าน 1 บ้านไร่ล่าง เล่าว่า มีชาวบ้านริมคลองจับกลุ่มกันเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังในพื้นที่จำนวน 6 ราย รวมประมาณ 50 กระชัง อายุ 1 ปี 3 เดือน น้ำหนักตัวละ 5-6 กิโลฯราคากิโลละ 170-180 บาท กำลังจะเริ่มจับขายช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ แต่ปลามีอาการทยอยน๊อคน้ำจมตายก้นกระชังเมื่อ 2 วันก่อน รวมประมาณ กว่า 2 ตัน มูลค่าความเสียหาย 5 แสนบาท จากที่เคยขายได้ตัวละ 600-700 บาท เหลือตัวละ 30 บาท โดยมีชาวบ้านและผู้นำชุมชน แม่ค้าพ่อค้าเดินทางมาช่วยแห่ซื้อเป้นจำนวนมาก  สำหรับสาเหตุน่าจะมาจากน้ำเสียช่วงน้ำขึ้นน้ำลง แต่จะเสียด้วยสาเหตุอะไรนั้นต้องรอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่
 
ด้านนายภานุมาศ  เพชรสังกฤษ เจ้าหน้าที่ประมงอำเภอสวี กล่าวขณะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจหาสาเหตุว่า หลังจากได้รับแจ้งจากกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดชุมพร ทำการเก็บตัวอย่างน้ำและปลาส่งให้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยตอนกลางชุมพรไปตรวจสอบ เหตุการณ์เกิดน้ำเสียในคลองในพื้นที่อื่นเช่นคลองขางปลาและสัตว์น้ำอื่นๆที่ได้รับผลกระทบเป็นปลาตามธรรมชาติในรอบ 2 ปี   สำหรับในพื้นที่บ้านไร่ล่างเพิ่งเกิดน้ำเสียเป็นครั้งแรกแต่ด้วยสาเหตุอะไรนั้นต้องรอผลตรวจอีกครั้ง
 
ทั้งนี้มีชาวบ้านบางรายให้ข้อมูลว่า จากเหตุการณ์น้ำเสียเริ่มมีผลกระทบกับชาวบ้านที่ทำมาหากินอยู่กับแม่น้ำสวีที่เคยอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำเริ่มมีปัญหาจึงฝากไปยังหน่วยงานเจ้าหน้าที่รัฐให้เร่งตรวจสอบโรงงาน  ผู้ประกอบการต่างๆที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสวีว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลองโดยไม่ผ่านการบำบัดอย่างถูกต้องด้วยหรือไม่ ก่อนจะมีผลกระทบกับอาชีพประมงของชาวบ้านและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมากไปกว่านี้