วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:43 น.

ภูมิภาค

ตร.ภาค 7 รวบแล้วมือควงปืนปลอมชิงทองบิ๊กซี นครปฐม กวาด 46 บาท สารภาพติดหนี้พนันออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.06 น.

ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมบุกชิงสร้อยคอทองคำจากร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี จังหวัดนครปฐม ได้แล้ว หลังใช้เวลาติดตามเพียง 3 วัน พบผู้ต้องหาขณะนอนดูข่าวการก่อเหตุของตนเองอยู่ภายในบ้านพัก เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุเพราะติดหนี้พนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร และ พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และ พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำจากร้านทอง บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี นครปฐม

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.27 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 คนร้ายสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบและแต่งกายอำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง ก่อนปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า แล้วกวาดสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น รวมน้ำหนัก 46 บาท มูลค่าประมาณ 3.68 ล้านบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ สมชาย (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 50 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร จึงขอศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยปลอมตัวเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการหลบหนี”

จากนั้นชุดสืบสวนติดตามตัวไปยังบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลสามหลัก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ต้องหากำลังนอนดูโทรทัศน์ติดตามข่าวคดีของตนเองอยู่ภายในบ้าน จึงเข้าควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง

 

 

ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย อาวุธปืนแบลงก์กันยี่ห้อซากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก หมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีน้ำเงิน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์ก สีดำ ทะเบียนจังหวัดราชบุรี เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และสร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น

พล.ต.ท.พิสิฐ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ปกติมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน แต่ภายหลังติดหนี้จากการพนันออนไลน์ จึงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อหวังนำเงินไปใช้หนี้ โดยคิดว่าวัดดวงว่าจะสามารถหลบหนีการจับกุมได้หรือไม่

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนหน้านี้ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจะมีการซ้อมแผนรับมือเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า แต่ในวันเกิดเหตุพยานแวดล้อมมีน้อย เจ้าหน้าที่จึงต้องไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด กระทั่งสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุและเข้าจับกุมได้ภายในเวลาเพียง 3 วัน

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหายังไม่เคยมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมมาก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค