วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 15:15 น.

ภูมิภาค

“หัวหิน”พบผู้ป่วยจีนมีไข้สูงจากเมืองอู๋ฮั่น รักษาตัวที่ รพ.รอผลการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.25 น.

วันที่ 25 ม.ค. 63  ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า หลังจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ วางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเพื่อรวบรวมข้อมูล ติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ประสานการทำงานกับโรงพยาบาลของรัฐ 10 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง ในพื้นที่ 8 อำเภอ เน้นการตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มีไข้เกิน 38 องศา มีอาการเจ็บคอ ไอ และน้ำมูกไหล ล่าสุดแหล่งข่าวระดับสูงของจังหวัดได้รับแจ้งว่า

 

ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยชาวจีน 1 ราย เป็นเพศหญิงเดินทางมาจากแหล่งที่มีการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ อ.หัวหิน ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 23 มกราคม 63 โดยมีอาการไข้สูง 38.6 องศาเซลเซียล มีอาการไอ ขณะนี้ยังพักรักษาที่โรงพยาบาลเดิม แต่อาการเริ่มทุเลาตามลำดับ สำหรับผลการตรวจในห้องปฏิบัติการว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายในวันนี้ และรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงข่าวในส่วนกลาง สำหรับชาวจีนรายนี้เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา จากนั้นเดินทางไปท่องเที่ยวที่ อ.หัวหิน เมื่อมีอาการป่วยได้เดินทางไปพบแพทย์ด้วยตนเอง และพบว่าประวัติมีโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคประจำตัว

 

น.พ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เทศกาลตรุษจีนจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยว ได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยสงสัยอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะพื้นที่ อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนประชาชนทั่วไปขออย่าตื่นตระหนก แต่ให้ระมัดระวังการติดเชื้อระหว่างที่เดินทางไปต่างประเทศ ดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่มีชีวิต หลีกเลี่ยงที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูก สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ กินอาหารปรุงสุกร้อน ผู้ที่มีอาการไข้ร่วมกับอาการไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ให้รีบไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป”  น.พ.สุริยะ กล่าว.

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค