ภูมิภาค
หนุ่มเมืองกรุงสู่เขยอุบลฯ หลงใหลทุ่งนา ทำเกษตรผสมผสาน จนร่ำรวย
วันอาทิตย์ ที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 18.01 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
นายเจษฎา จันทสร อายุ 35 ปี เดิมทีเป็นชาวกรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบัน ได้มาปักหลักปักฐานอยู่ที่บ้านภรรยาชาวจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ บ้านโคกสว่าง หมู่ที่ 9 ต.ค้อน้อย อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี และในปัจจุบันนี้ เจษฎา จันทสร และ มะลิจันทร์ เวียงคำ ผู้เป็นภรรยา พากันดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง โดยได้ช่วยกันทำมาหากินด้วยการทำไร่นาสวนผสม ดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ทั้งปลูกพืชผัก ผลไม้ เลี้ยงสัตว์บก สัตว์น้ำขาย สร้างรายได้อย่างงดงาม ท่ามกลางความสุขกับโซ่ทองคล้องใจ จำนวน 5 คน จนไม่มีหนี้สินทั้งในและนอกระบบ และยังมีเงินหมุนเวียนเข้ามาทุกวัน พร้อมทั้งมีเงินฝากอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
นายเจษฎา จันทสร ได้เล่าถึงความเป็นมาในการพลิกผืนดินอันแห้งแล้งให้อุดมสมบูรณ์และเขียวชอุ่มตลอดปี มีรายได้ตลอดเวลาว่า เดิมทีผมเป็นคนกรุงเทพฯ ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านโชห่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาผมได้แต่งงานกับนางสาวมะลิจันทร์ เวียงคำ ก็ช่วยกันทำมาหากินที่กรุงเทพฯ ต่อมาประมาณปีพ.ศ.2559 จึงได้พากันมาปักหลักปักฐานอยู่ที่บ้านภรรยาตามที่อยู่ที่ระบุไว้ข้างต้นนี้ และเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็ได้มีโอกาสเห็นต้นหญ้าเขียวขจี มีต้นข้าวเขียวชอุ่มลู่ลมปลิวไสวอยู่ในท้องทุ่งนา มันทำให้ผมเริ่มเลยหลงใหลและคิดไปว่า ทำไมชาวนาจึงทำนาเพียงอย่างเดียว เราน่าจะหันมาทำการทำเกษตรในรูปแบบไร่นาสวนผสม พลิกผืนนาที่แตกระแหงในหน้าแล้งให้กลับมาเขียวชอุ่มทั้งปี น่าจะดีเป็นแน่
เมื่อคิดได้ ผมก็รวบรวมเงินทุนที่มีอยู่ เริ่มลงมือทำการเกษตรแบบผสมผสาน ในรูปแบบไร่นาสวนผสม ทำในปี พ.ศ.2560 ทีแรกทำเพียง 7 ไร่ บนที่ดินของผมและภรรยาต่อมาได้ที่ดินมรดกจากพ่อแม่ของภรรยาเพิ่มอีก 15 ไร่ และซื้อเพิ่มอีก 3 ไร่ รวมเป็น 25 ไร่ ซึ่งก่อนจะลงมือทำไร่นาสวนผสม ผมก็ไปศึกษาดูงานจากคนอื่นมาบ้าง ศึกษาจากตำราบ้าง แล้วจึงลงมือทำไร่นาสวนผสมอย่างจริงจัง ด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ อันดับแรกเลย ผมเลี้ยงวัวก่อนเลย เพราะผมคิดมานานหากมีโอกาสอยู่ในชนบทจะต้องเลี้ยงวัวให้ได้ เพราะชอบสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ โดยวัวที่ผมนำมาเลี้ยงนี้เป็นวัวเพศเมียพันธุ์บรามันแดง 10 ตัว และพันธุ์อื่นอีก 5 ตัว ทุกตัวเลี้ยงเป็นแม่พันธุ์ครับ ปัจจุบันนี้ ก็ตกลูกออกมาบ้างแล้ว ทำให้ทุกวันนี้ผมมีวัวเพิ่มเป็น 20 กว่าตัวแล้วครับ ผมผลิตวัวได้ขั้นต่ำ 10 ตัว ต่อปี และในอนาคตอันใกล้น่าจะผลิตวัวได้ 50 ตัว ต่อปี จะมีรายได้อย่างงดงามเลยทีเดียว คิดง่ายๆ ขายวัวเอาแบบถูกๆเลยนะ วัวหย่านม ขายออกตัวละ 35,000 บาท ถ้าขายสัก 10 ตัว ก็จะมีรายได้ 350,000 บาท แล้วครับ ส่วนใหญ่จะขายออกเฉพาะวัวตัวผู้ ส่วนวัวตัวเมียจะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ แต่ถ้ามีคนสนทสนมกันมาขอซื้อวัวตัวเมีย ก็อาจจะขายแบบขัดกันไม่ได้ และ ในการเลี้ยงวัวนี้ รายจ่ายเราน้อยมาก เพราะเราปลูกหญ้าเอง มีฟางอัดแท่งเอง นอกจากเราจะขายตัววัวแล้ว เรายังขายมูลวัวด้วย หญ้าที่ปลูกไว้ก็มีคนมาขอแบ่งซื้อเป็นประจำ ซึ่งเราก็แบ่งขาย เป็ยนการสร้างรายได้จากการเลี้ยงวัวที่งดงามพอสมควร
นายเจษฎา จันทสร กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ผมยังได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 4 บ่อ แบ่งออกเป็นปลาเอาไว้กินเอง1บ่อ อีก 2 บ่อ เอาไว้ขาย อีก1บ่อ เอาไว้ดักปลานาและเอาไว้ใช้ในการเกษตร โดยปลาที่เลี้ยงจะเป็นปลานิล และ เลี้ยงแบบอินทรีย์โดยใช้ฟางกับหญ้าเป็นอาหาร ส่วนรายได้จากการขายปลาก็ขอบอกเลยว่า เป็นรายได้ที่งดงามเช่นกัน ไม่ต้องไปหาตลาดให้เหนื่อยให้ปวดสมอง เพราะปลาของผมมีพ่อค้าแม่ค้ามาซื้อถึงที่ จนกลายเป็นขาประจำกันไปแล้ว นอกจากนี้ผมยังได้เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเก็บไข่ขาย และเลี้ยงไก่บ้านพันธุ์พื้นเมืองเอาไว้ชั่งกิโลขายด้วย
ส่วนผลไม้ และ พืชผัก ตลอดจนดอกไม้ ก็ปลูกทุกอย่างที่กินได้ เช่น มะละกอ แตงโม กล้วยน้ำว้า มะม่วงสายพันธุ์ต่างๆ พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ก้จะมีคนมาซื้อถึงบ้านเหมือนกับปลา พืชจำพวกผักสวนครัว ก็ปลูกทุกอย่างเพื่อเอาไว้ประกอบอาหาร เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน และ แจกญาติพี่น้องด้วย ส่วนเห็ดนางฟ้า ที่ผมเพาะเอาไว้ ก็พอได้เก็บขาย แต่จะไม่เน้นเรื่องรายได้ เนื่องจากตั้งใจเพาะเอาไว้เป็นอาหารสำหรับครอบครัวตนและญาติพี่น้อง แต่ก็มีคนมาขอซื้อเรื่อยๆ ก็ขายออกไปบ้าง ในส่วนการทำนาปลูกข้าว ผมจะปลูกเอาไว้กินเองครับ โดยปลูกเพียง 7 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวเหนียว 3 ไร่ ปลูกข้าวจ้าว 4 ไร่ ในแต่ละปีก็กินไม่หมด
นายเจษฎา จันทสร กล่าวในตอนท้ายว่า ถ้าชาวนาชาวไร่เรา รู้จักพอเพียง เดินตามพ่อหลวงและเอาหลักการจัดการยุคใหม่มาใช้ อย่างไร่นาสวนผสม ที่ผมทำอยู่ ถึงไม่รวยมาก แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่มีหนี้สิน มีเงินเก็บ มีเงินฝาก มีเงินสร้างบ้านหลังใหม่ มีซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไถ และรถอื่นๆที่ใช้ในการเกษตรกรรม สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวผมนะ ผมคิดว่า ถ้าใครทำเกษตรคือคนรวย รวยยังไง.? รวยความสุข รวยอากาศ รวยอาหาร ฯลฯ ซึ่งจริงๆแล้ว อีสานบ้านเรามีพร้อมทุกอย่างครับ อยู่ที่ว่าเราจะนำมาใช้ให้ถูกทางหรือไม่ และผมอยากจะบอกว่า ใครที่ล้มเหลวในชีวิตลองลุกมาคิดใหม่ ทำใหม่ อาศัยความขยัน อดทนและอดออม แล้วมาพลิกผืนดินอันมีค่าของเรา ให้เกิดประโยชน์มากกว่าทำนาปลูกข้าวอย่างเดียว และหากท่านใด ต้องการมาศึกษาดูงานที่บ้านผม มาเลยครับ แต่ขอให้แจ้งผมมาล่วงหน้าด้วย เพราะบางวันจะมีบุคคลหรือคณะบุคคลจากที่ต่างๆทั้งจากส่วนราชการและชาวบ้านทั่วไป มาศึกษาดูงานเป็นระยะๆ ครับ โทร.มานัดแนะกับผมได้ที่หมายเลข 0626201340 ยินดีต้อนรับครับ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ราชบุรี รับฟังเสียงเกษตรกร "มะพร้าวน้ำหอม" เร่งเครื่องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ 4 เม.ย. 2569
- นางฟ้าบุกเกณฑ์ทหาร! LGBTQ พาเหรดคึกคัก หนุนกฎหมายเท่าเทียม 4 เม.ย. 2569
- สลดพระประแดง! พบ 3 ศพในบ้าน คาดปมการเงิน ตร.เร่งสอบ 4 เม.ย. 2569
- กระแสตอบรับพุ่งแรง! “แบมแบม” เตรียมขึ้นเวทีBUBBLE WAVE PHAYAO SONGKRAN FEST 2026 แฟนคลับแห่จองที่พักเต็มเมือง 4 เม.ย. 2569
- จนท.ชุด พยัคฆ์ไพร สนธิกำลัง ตรวจสอบที่พักสงฆ์ "พระสิ้นคิด" หลังจากได้รับร้องเรียน ก่อสร้างกุฏิรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 4 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์แจงปมร้อน! ย้ำไม่บุกรุก ชี้คลาดเคลื่อนเอกสาร 21:33 น.- ปธ.สภาแย้มแก้กฎหมายยาเสพติดเข้ม ใช้ค่ายทหารเป็นศูนย์บำบัดเชื่อ 21:21 น.
- หัวหินคึกคัก! ศึกบีชโปโลโลกดันเมืองท่องเที่ยวสู่สากล 21:07 น.
- หนุ่มคลั่งถือมีดอาละวาด! ฟันประตูบ้านชาวบ้าน สารภาพเสพยาหนัก 20:25 น.
- "ชัช ตลาดไท" หอบขนมปัง 6,000 ปอนเลี้ยงปลา วัดโตนดเตี้ย แก้บนหลวงพ่อบัวเข็ม หลังให้โชคถูกเลขท้าย 2 ตัว 211 ใบ 19:50 น.



