วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 04:29 น.

ภูมิภาค

สุดรันทด! แม่ค้าอาหารอีสาน ลูกถูกน้ำร้อนลวกขาดเงินรักษา

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563, 11.05 น.

จากที่มีแม่ค้าจำหน่ายอาหารอีสาน ชาวอำนาจเจริญ ไปทำมาหากินที่ จังหวัดปทุมธานี ขายอาหารอีสานเป็นเวลา 4 ปี ประสบปัญหา โรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019(COVID19) ระบาดหนัก ส่งผลให้ลูกค้าลดลง ต้องปิดร้าน กลับมาอยู่บ้านเกิดที่ จ.อำนาจเจริญ งานไม่มีทำ ต้องหาแหย่ไข่มดแดง ขาย ได้วันละไม่กี่บาท ประกอบกับ บุตรชายอายุ 3 ขวบ ถูกน้ำร้อนลวก บาดเจ็บสาหัส ต้องใช้เงินซื้อยา รักษาทุกวัน เพื่อประคับครองจนกว่า โรค โควิด 19 จะคลี่คลาย จึงจะกลับไปขายอาหารอีสานเหมือนเดิม
    

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 22 เม.ย. 63 ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางลงพื้นที่ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เพื่อติดตามเรื่องราวสุดรันทด กรณีแม่ค้าขายอาหารอีสาน ต้องปิดร้านกลับมาอยู่บ้านเกิด อ.ชานุมาน  เพราะพิษโควิด 19 และแบกภาระหนักต้องเลี้ยงบุตร 4 คน โดยเฉพาะบุตรชายอายุ 3 ขวบถูกน้ำร้อนลวก จะต้องใช้เงินซื้อยารักษาทุกวัน

 


    

เมื่อไปถึง บ้านแบบ คสล. 1 ชั้น เลขที่ 152 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมแปลงที่ 4 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เจ้าของบ้านคือ นางจันทร์แรม ก้อนผา อายุ 40 ปี แม่ค้าขายอาหารอีสาน ซึ่งเดือดร้อนจากพิษโควิด 19 เล่าว่า ไม่มีนาให้ทำ อาชีพรับจ้างทั่วไป แต่ไม่พอใช้จ่าย เพราะต้องเลี้ยงลูก 4 คน ซึ่งกำลังโต ก็เลยชวนสามีคือ นาย พนม คนไว อายุ 52 ปี ไปขายอาหารอีสานที่ หน้า โรงพยาบาลอำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี โดยทำเป็นเพิงพักและด้านหลังทำเป็นที่พักหลับนอน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ขายอาหารอีสานดี พอมีเงินเลี้ยงครอบครัว และเหลือเก็บบางส่วน ดีกว่าอยู่บ้านนอก( อ.ชานุมาน)
    

นางจันทร์แรม ก้อนผา แม่ค้าอาหารอีสาน เล่าเหตุการณ์ที่จดจำไม่ลืมว่า  เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. บุตรชายคนเล็ก คือ ด.ช.ธนโชติ(โตโน) คนไว อายุ 3 ขวบ ง่วงนอน ก็พาเข้านอนที่ห้องนอนหลังร้าน เห็นว่าหลับแล้ว ก็เลยออกมาช่วยสามีและบุตรชายขายอาหารอีสาน เพราะช่วงพักเที่ยงลูกค้าเต็มร้าน กระทั่งน้องโตโนวิ่งออกมาจากห้องพักและชนกับหม้อต้มซุบ เบอร์ 45 ทำให้น้ำร้อนลวกร่างกายประมาณ 80 % จึงรีบนำส่ง ร.พ.สามโคก ซึ่งแพทย์พยาบาลทำแผลให้น้องโตโน เบื้องต้น จากนั้นส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลปทุมธานี เป็นเวลา 1 เดือน เพราะอาการสาหัสมาก แผลพุพองเกือบทั่วตัว น้องร้องไห้เจ็บปวด อย่างทรมาน จึงทำเรื่อง ส่งตัวรักษาต่อที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร นอนรักษาตัว 3 เดือน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานีได้ ระหว่างที่น้องโตโน รักษาตัวที่ ร.พ. 2 แห่ง ยังคงขายอาหารอีสานเหมือนเดิม ซึ่งตนต้องดูแลน้องโตโนทุกวัน ส่วนการขายอาหารอีสาน สามีกับลูกช่วยกันขาย เพื่อหาเงินรักษาน้องโตโน ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร

 


    

กระทั่ง โรคระบาด โควิด 19 ระบาดไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย  จังหวัดปทุมธานี มีคำสั่ง ห้ามร้านอาหาร ที่มีการนั่งกิน โดยให้ซื้อใส่ถุงไปกินที่อื่น ส่งผลให้ลูกค้าลดลง บางวันขายได้เงินไม่ถึง 100 บาท จึงต้องปิดร้านขายอาหารอีสานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 จนกว่าการระบาดของโรคโควิด 19 จะหยุดและเป็นปกติ ก็จะกลับมาขายอาหารอีสานอีกครั้ง
    

นายจันทร์แรม ก้อนผา กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า กลับมาอยู่บ้าน งานไม่มีทำ เงินที่เก็บออมไว้ เริ่มหมด เพราะต้องเลี้ยงบุตรชายคนโต อายุ 18 ปี (ช่วยขายอาหารอีสาน) คนที่ 2 เป็นหญิง อายุ 15 ปี เรียนอยู่ ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี คนที่ 3 เป็นชาย อายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ ป.2 โรงเรียนใน จ.ปทุมธานี ส่วนคนสุดท้อง คือน้องโตโน อายุ 3 ขวบ ซึ่งถูกน้ำร้อนลวก เมื่อ 11 เดือนที่ผ่านมา แผล  3 จุด ยังไม่หายดี โดยเฉพาะโคนขา 2 ข้าง มีน้ำเหลืองไหล ต้องใช้ผ้าก๊อดพันตลอดเวลา  ยังพุพองอยู่ ต้องใช้ยาน้ำทาวันละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้คันแผล ทายาเพื่อบรรเทาอาการคัน แต่มีคันบ้างไม่มาก ผ้าก๊อด สำลี แพมเพิ๊ด น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ต้องใช้ทุกวัน
   

ซึ่งมาอยู่บ้าน ดิ้นรนทุกทางที่ว่าจะได้เงินมารักษาลูกและเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทั้งครอบครัว จึงตระเวนหาแหย่ไข่มดแดงขาย ได้เงินวันละ 60 – 100 บาท ก็ไม่พอใช้จ่าย เพราะน้องโตโน คนเดียว จะต้องใช้ซื้อยาและอื่นๆ เป็นเงิน 300 บาท/วัน

 


    


นางจันทร์แรม ก้อนผา แม่ค้าขายอาหารอีสานสู้ชีวิต กล่าวทิ้งท้ายว่า มองไม่เห็นหนทางเลย ที่ว่าได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว ไม่คิดว่า จะมีชีวิตเช่นวันนี้ สงสารลูกรวมถึงน้องโตโนมาก นอนร้องไห้ทุกคืน จึงวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ขอความเมตตาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย บริจาคเป็นเงิน หรือ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือน้องโตโน ในนาม นางจันทร์แรม ก้อนผา เลขที่บัญชี 301 – 431691 – 2  ออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาปทุมธานี หรือ โทรศัพท์ 08 – 0282 – 5414 ได้ทุกวัน.

หน้าแรก » ภูมิภาค