วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563 13:51 น.

ภูมิภาค

"มข." คิดค้น! สุดยอดนวัตกรรม อุปกรณ์ปรับแต่งจมูกเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 10.31 น.

ทีมวิจัยสหสาขาวิชาชีพจากคณะทันตแพทยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดค้น อุปกรณ์ปรับแต่งจมูกเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ สุดยอดนวัตกรรม ! คว้ารางวัลประกาศเกียรติคุณจากสภาการวิจัยแห่งชาติ 2563 ตัวแทนประเทศไทยมุ่งประชันนวัตกรรมระดับโลกปีนี้

 


 

 เมื่อวันที่ 23 พ.ค.รศ.ทพ.ดร. พูนศักดิ์ ภิเศก หัวหน้าทีมผู้คิดค้นอุปกรณ์ปรับแต่งจมูกสำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาเปิดเผยจากการที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นคิดค้น อุปกรณ์ปรับแต่งจมูกสำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ หรือ Nasal Creator Device โดยทีมวิจัยสหสาขาวิชาชีพจากคณะทันตแพทยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์   และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ต้องการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น เนื่องจากประเทศไทยประสบกับปัญหาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ที่มีอัตราสูง  โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเกิดสูงที่สุดในประเทศ ซึ่งมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 600 รายต่อปี ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งด้านร่าง กาย ด้านจิตใจ  รวมไปถึงการสื่อสารร่วมกับคนในสังคม

 


   

รศ.ทพ.ดร. พูนศักดิ์ ภิเศก หัวหน้าทีมผู้คิดค้นอุปกรณ์ปรับแต่งจมูกสำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การออกแบบอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ได้ทำการวิจัยร่วมกันในลักษณะสหสาขาวิชาชีพ   ซึ่งเริ่มจากนักศึกษาทันตแพทย์ระดับปริญญาตรีได้ทำการศึกษาออกแบบพัฒนาเครื่องมือเป็นตัวต้นแบบ  ตามมาด้วยการศึกษาวิจัยต่อยอดทางคลินิกโดยนักศึกษาหลังปริญญาในหลักสูตรทันตแพทย์ประจำบ้านสาขาทันตกรรมจัดฟันได้ศึกษาผลของอุปกรณ์นี้ในเชิงคลินิก ซึ่งเป็นการศึกษาต่อเนื่องที่ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ปีครึ่ง โดยคณาจารย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์   และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการวิจัย
   

 

รศ.ทพ.ดร. พูนศักดิ์ กล่าวอีกว่าคนไข้ปากแหว่งเพดานโหว่ หลังจากที่เราทำการรักษาไปแล้ว เขายังขาดความมั่นใจ รู้สึกว่ายังมีจมูกที่ผิดรูปร่าง ดังนั้น นักวิจัยจึงได้วางแผนการรักษาออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ  ที่จะทำให้รูปร่างจมูกคนไข้ดีขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ตัวนี้ในการรักษา ร่วมกับการเย็บแต่งจมูกและริมฝีปากครั้งแรกในช่วงแรกเกิด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากที่สุด  เดิมทีอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ยังไม่มีการผลิตขึ้นมาในประเทศ จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศในราคาชิ้นละ 3,500 – 4,000 บาท ต่อชิ้น ซึ่งคนไข้ปากแหว่งเพดานโหว่ 1 คนต้องใช้ประมาณ 3 ชิ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อผู้ป่วย 1 คน อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท เมื่ออุปกรณ์นี้สามารถผลิตได้สำเร็จจะทำให้ลดการนำเข้าจากต่างประเทศและต้นทุนการผลิตถูกลง เฉลี่ยชิ้นละ 200-300 บาท  ทำให้ค่าอุปกรณ์ในการรักษา ลดลง 10 เท่า สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา