วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563 13:08 น.

ภูมิภาค

ผวา! พรบ.อุทยานใหม่ รีสอร์ทดังเมืองกาญจน์รุกป่า ยอมรื้อเองสูญ 13 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 17.55 น.
วันที่ 10 ก.ค.2563  นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์  ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า
 
ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย /จนท.ชุดพญาเสือ นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จำนวน 10 นายได้ร่วมกันตรวจสอบ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ทชื่อดัง บ้านกกกอด ตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 20 หลัง เนื้อที่ 8ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ที่เปิดบริการให้เช่าห้องพัก มานานหลายปี
 
สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา  จังหวัดกาญจนบุรี มีนายทุนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าของ โดยซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม.30 มิ.ย. 2541 มาในราคา 13 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ  เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และนำที่ดินดังกล่าวมาทำกิจการรีสอร์ท
 
โดยเจ้าของกิจการ ได้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดใน  รีสอร์ท "บ้านกกกอด" ด้วยตนเอง จำนวน 20 หลัง ออกไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยได้ว่าจ้างคนงาน เข้ามาทำการรื้อถอนตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2563  จนถึงวันนี้ได้รื้อถอนรีสอร์ทไปแล้วกว่า 30 % คาดว่าจะรื้อถอนเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนนี้
 
นายนิพนธ์ฯเปิดเผยต่อไปว่า มูลเหตุที่ทำให้นายทุนเจ้าของ ยอมรื้อถอนรีสอร์ท "บ้านกกกอด" ด้วยตนเอง ดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก ไปซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม. 30 มิ.ย. 41 ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ในปี พ.ศ.2558 โดยทำกิจการรีสอร์ทในที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ จนท.อุทยานฯเอราวัณจึงเข้าจับกุมดำเนินคดี พร้อมปิดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้องนายทุนเจ้าของ จึงเปิดกิจการรีสอร์ท  เรื่อยมาจนถึงปัจจุปัน              
 
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ  เห็นว่า ถึงแม้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่รีสอร์ท"บ้านกกกอด"  ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ การปิดประกาศให้รื้อถอนรีสอร์ท "บ้านกกกอด" สามารถปิดประกาศให้รื้อถอนซ้ำได้อีก ตามกฎหมายอุทยานฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่า หากฝ่าฝืนไม่รื้อถอน เพราะการรื้อถอนเป็นกฎหมายวิธีบัญญัติ บังคับย้อนหลังได้
 
เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ ทั้งตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ ตามแนวทางคำพิพากษาฎีกาที่ 3342/2525อุทยานแห่งชาติเอราวัณ  จึงได้ปิดประกาศคำสั่งให้รื้อถอนซ้ำอีกครั้ง ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ปีพ.ศ.2562 มาตรา 35 (2)
 
ให้รื้อถอนภายในวันที่ 5 เม.ย.2563 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  จึงทุเลาคำสั่งผ่อนผันให้รื้อถอนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 หากฝ่าผืนไม่ยอมรื้อถอน ตามประกาศคำสั่งดังกล่าว ภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่งดังกล่าวต่อไป ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี  และปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และค่าปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จสิ้น  
 
เจ้าของจึงได้ว่าจ้างคนงาน เข้ามารื้อถอนรีสอร์ท "บ้านกกกอด" ของตนเอง  เพราะเกรงรับโทษในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ตามมาตรา35(2)พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ และค่าปรับรายวัน ดังกล่าว  
 
อย่างไรก็ตาม หลังจากรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ท "บ้านกกกอด" หมดแล้ว  ทางอุทยานฯจะนำพื้นที่ดังกล่าว มาฟื้นฟูสภาพป่า และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ของประชาชนในท้องถิ่น และชุมชุนใกล้เคียง ต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค