วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563 00:51 น.

ภูมิภาค

ระงมทั้งบ้าน! ซื้อที่ดินปลูกบ้าน ถูกฟ้องขับไล่พร้อมเรียก 4 แสน (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 12.09 น.

สองตายายรวมหลาน 5 ชีวิตกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่อาศัย หลังจากถูกทนายคนดังฟ้องขับไล่ที่ พร้อมเรียกเงินอีกกว่า 4 แสน เป็นค่าเสียหาย เจ้าตัวยืนยันซื้อที่ดินด้วยตนเอง ถือโฉนดไว้ แต่ยังไม่ได้โอน วอนทั้งน้ำตาให้ผู้รู้หาทางช่วยเหลือ เพราะไม่มีแท้ที่ซุกหัวนอน

 

 
วันที่ 13 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.หนองหงส์ ว่ามีครอบครัว 5 ชีวิต กลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกร่วม 400,000 บาท ทั้งที่เป็นที่ดินและบ้านของตัวเองที่ซื้อมากับมือ


จากการตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 8 ต.หนองไชยศรี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นของนางดวงเดือน ลุนสำโรง อายุ 48 ปี พบว่ากำลังรื้อถอนเอาวัสดุโครงสร้างของบ้านที่พอรื้อเอาไปได้ ออกจากพื้นที่

 


นางดวงเดือน ยังเอาหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินเนื้อที่ 1 งาน 23 ตรว.ระบุชื่อในโฉนดเจ้าของที่ดินคือนายปรีชา จำปาแสน พร้อมกับเล่าว่า ตนเองซื้อที่จากนายปรีชา จำปาแสน จำนวน 1 แปลง จากทั้งหมด 7 แปลงที่นายปรีชา แบ่งล็อกขาย โดยทำสัญญาซื้อขายกันไว้เมื่อปี 2547 ในราคา 22,000 บาท และจ่ายเงินให้ครบถ้วน ต่อมาประมาณ 1 ปี นายปรีชา เอาโฉนดมาให้หลังแบ่งแยกเป็นแปลงออกมาได้ พร้อมกับบอกว่า ไปโอนตอนไหนก็ได้ เพราะโฉนดอยู่กับตัวเอง

 
ตนกับสามีจึงใจเย็น หาเงินได้ค่อยๆสร้างบ้านที่ละนิดมาตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ต่อมาลูกสาวซึ่งไปทำงานต่างจังหวัดได้แยกทางกับสามี แล้วเอาลูกมาให้เลี้ยงอีก 3 คน อายุ 5 ปี 4 ปี และ 1 ปีครึ่ง

 


เมื่อปี 2560 ตนพอมีเงินค่าโอนที่ดิน จึงแจ้งนายปรีชา เจ้าของที่เดิม ไปที่ดิน อ.หนองหงส์ เพื่อจะโอนที่ดินให้แล้วเสร็จ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินแจ้งว่า ที่ดินถูกอายัดแล้ว ไม่สามารถโอนได้ สอบถามนายปรีชา ก็บอกว่า “ไม่รู้เรื่อง”


กระทั่งเดือนเมษายน  2561 ได้มีหมายจากสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง โดยทนายคนดัง ระบุข้อความว่าให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ตนเองยอมรับว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น


ตอนนี้ครอบครัวรวม 5 ชีวิตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไปอาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กเช่นกัน จึงอยากจะให้ผู้รู้มาแนะนำหาแนวทางช่วยเหลือ เพราะอยากได้บ้านคืน

 


ขณะที่ น.ส.ชัดริญา แก้วสลักศรี อายุ 35 ปี ชาวบ้านเดียวกัน ได้ออกมาระบุ หลังจากอ่านเอกสารของศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง ระบุเนื้อหา จะต้องชดใช้ให้กับทนายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินจากสำนักงานบังคับคดีมา


โดยเรียกค่าเสียหายที่มาอยู่ในที่ดินคนอื่นเป็นเงินกว่า 70,000 บาท และเป็นค่าล่วงละเมิดอีกกว่า 300,000 บาท (ไม่รวมดอกเบี้ยอีก 7.5 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่วันฟ้อง)


น.ส.ชัดริญา เล่าด้วยว่า ตนได้เคยโทรศัพท์ประสานทนายที่ประมูลที่ได้ ว่าถ้าจะขอซื้อคืนจะขายเท่าไหร่ ได้รับคำตอบจากทนายว่า “ต้องจ่ายค่าเสียหายมาทั้งหมดก่อนคือประมาณ 400,000 บาท แล้วค่อยมาว่ากันเรื่องซื้อคืน”


จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าเจ้าของที่ดินเดิมคือนายปรีชา ได้ไปกู้เงินนอกระบบ แล้วถูกฟ้อง จนมีการสืบทรัพย์ และพบว่ามีที่ดินแปลงนี้ จึงขายทอดตลาดตามกระบวนการ ก่อนทนายจะมาประมูลได้ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือทำไมทนายต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายกับคนจนที่ไม่มีแม้เงินซื้อนมให้หลาน