วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:42 น.

ภูมิภาค

โคราชเฮ! เขื่อน-อ่างได้น้ำกักเก็บฤดูแล้งรอด ต.หมื่นไวยจมน้ำ40-50หลังคา-ต.จันอัดระดับน้ำปริ่มล้นเข้านาหมื่นไร่

วันพุธ ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 10.35 น.

โคราชชาวบ้านยิ้มทั้งน้ำตาเฮเขื่อนใหญ่อ่างขนาดกลางได้น้ำกักเก็บฤดูแล้งรอด เศร้าน้ำท่วมหนักน้ำลำบริบูรณ์ลำสาขาลำตะคองไหลบ่าท่วม 4 หมู่บ้าน ต.หมื่นไวยจบน้ำกว่า 40-50 หลังคาเรือน จ่อทะลักเข้าท่วมเขตตัวเมือง ผู้ว่าร้อนใจห่วงน้ำตาชาวบ้านลงพื้นที่สั่งการทันควัน ขณะที่ระดับน้ำปริ่มล้นขอบตลิ่งแล้ว แจ้งเตือน 6 ชุมชนรับมือน้ำล้นตลิ่ง 8 ตุลาคมนี้

 

 

นครราชสีมา สายวันนี้ ( 7 ตุลาคม 2563) นายวิเชียร จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สั่งการเรียกปลัดจังหวัดฯ , นายอำเภอเมือง , ปภ.นครราชสีมา, ชลประทานจังหวัดฯ,  นายกเทศมนตรีตำบลหมื่นไวย , เทศบาลนครนครราชสีมา กอ.รมน.จังหวัด , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เป็นการเร่งด่วน ร่วมลงพื้นที่ ต.หมื่นไวย อ.เมือง แก้ไขสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งสั่งการวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งลำตะคอง และสั่งการให้เหล่ากาชาดจังหวัดฯไปมอบถึงยังชีพเป็นการให้กำลังใจซับน้ำตาเยียวยาให้ช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเบื้องต้นมี 4 หมู่บ้า ประกอบด้วย หมู่ 2 , 4 , 5 และ 7 ราษฏรเดือนร้อนกว่า 500 ครอบครัว

 

 

โดยระดับน้ำสูง 20 ซม. – 1 เมตรเศษ รถยนต์ รถพุ่มพวง รถจักรยาน รถจักรยานยนต์สันจรด้วยความยากลำบาก ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยายนต์ชาวบ้านถูกน้ำท่วมเครื่องยนต์ดับหลายสิบคัน ชาวบ้าน ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาต้องเดินลุยน้ำไปตลาด และโรงเรียน รวมทั้งชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดงต่างหวาดกลัวสัตว์มีพิษหนีน้ำท่วมเข้าบ้าน เช่น งู , ตะขาบ , แมลงป่อง ขณะที่การติดตามสถานการณ์มวลน้ำกำลังจะไหลเข้ามาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาในอีก 2 วันข้างหน้า โดยยอมรับการเร่งระบายมวลน้ำขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้เต็มที่ เนื่องจากทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก และหากมีพายุฝนเข้ามาในพื้นที่อีกในช่วง 2-3 วันนี้ก็จะทำให้ประชาชนริมสองฝั่งลำน้ำลำตะคอง และลำน้ำลำบริบูรณ์ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณว้างมากขึ้น  ขณะนี้ได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 6 ตัว และเครื่องสูบย้ำขนาด 8 นิ้วสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำออกไปจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อรับกับมวลน้ำที่กำลังจะมาถึง
 


           

ขณะที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา สั่งการให้หัวหน้าฝ่ายเทศบาลนครนครราชสีมาประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนริมลำตะคอง 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนมิตรภาพซอย 4 , ชุมชนคุ้มวงษ์ , ชุมชนสำโรงจันทร์ , ชุมชนเกาะลอย , ชุมชนหมู่บ้านวีไอพี และชุมชนมหาชัย ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้มีมวลน้ำจำนวนมากจากฝนที่ตกท้ายเขื่อนไหลลงสู่ลำตะคองในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว , อำเภอสูงเนิน และอำเภอขามทะเลสอ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำตะคองมีระดับสูงขึ้น จนถึงขณะนี้มวลน้ำถึงขอบตลิ่งแล้ว  โดยเฉพาะบานประตูระบายน้ำมวลน้ำล้นบานประตูแล้ว ขณะที่มีการคาดการณ์ว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จะไหลมาถึงพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมาในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ และจะทำให้เกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมสองฝั่งลำตะคองในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา
 


           

นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยช่วงนี้ 2-3 วันจะมีมวลน้ำลำน้ำลำตะคองที่เข้าในตัวเมืองนครราชสีมาชั้นใน และพื้นที่รอบข้าง เนื่องจากอิทธิพลของร่องน้ำฝนที่ผ่านแล้ว 2-3 ลูกทำให้เรากังวลมากมี 2 ชุ่มน้ำ ทั้งลำเชียงไกร ตอนบน เขต อ.ด่านขุนทด และตอนล่าง อ.โนนไทย กับ ลุ่มน้ำลำตะคอง น้ำจากใจ้เขื่อนลำตะคองกำลังไหลบ่ามายังเขต อ.เมืองชั้นใน และลำน้ำสาขาลำบริบูรณ์ ถ้าไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มมวลน้ำตามทุ่งนานะมาถึงอีก 2-3 วันข้างหน้านี้ ตนสั่งการให้หน่วยงานเร่งไปแจ้งเตือนให้ประชาชนริมสองฝั่งลำตะคอง และลำบริบูรณ์ เก็บข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง ทรัพย์สินของมีค่า รถยนต์ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือให้อพยพออกมาก่อนชั่งคราว ตอนนี้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน และคอนล่าง จำเป็นต้องมีการปล่อยน้ำลงสายน้ำลำเขียงไกร ซางจะส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ด้านล่าง ส่วนตอนนี้จุดที่มีน้ำท่วมขัง อาทิ มิตรภาพ ซอย 4 มี ประมาณ 3-4 หลัง , ชุมชนสำโรงจันทร์ 7-8 หลัง , ตำบลหมื่นไวยน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเกือบ 100 หลังคาเรือน ตอนนี้ต้องแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตอนนี้เรากังวลและห่วงมากคือ พายุลูกใหม่ช่วง 3 วันนี้มาก และอาจจะต่องส่งผลกระทบพี่น้องประชาชนในเขตเมืองชั้นในที่อยู่ในที่ลุ่ม
 

 

“ผมเรียนไปยังพี่น้องประชาชนชาวบ้านว่า มวลน้ำที่ไหลบ่ามาตอนนี้เราก็พยามเร่งระบายไปลงลำน้ำมูลให้โดยเณ้วที่สุด ซึ่งเราได้สั่งการให้เทศบาลนครนครราชสีมาไปแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ทุกพลภาพ ทุกคนทุกบ้านเรือนทุกหลัง รวมทั้งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในจุดเสี่ยงต้องระมัดระวังและเตรียมพร้อมทั้งการเก็บข้าวของ และกรณีมากกว่านี้ ต้องอพยพประชาชน ผมยอมรับว่า อาจจะส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครฯบ้าง เราคงจะไม่สามารถที่จะห้ามป้องกันไม่ให้มันท่วมได้ ในช่วง 3 วันนี้จะมีมวลน้ำมาถึงตัวเมืองประมาณ 60 ลบ.ม.ต่อนาที ผมขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนน้ำท่วม ว่า ณ วันนี้คงไม่เป็นเหมือนจอนน้ำท่วมใหญ่  ณ วันนี้คงไม่เป็นอย่างนั้น ในช่วงนี้ไม่ขนาดนั้น แต่ยกเว้นจะท่วมในที่ลุ่มและอยู่ริมลำตะคอง”

 

 


ขณะที่ตำบลจันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายราเมศ อิ่มจันอัด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด่านติง กล่าวว่าที่บ้านด่านติงท่วมหลายจุด ล่าสุดน้ำได้ไหลหลากท่วมโรงเรียนด่านติงเกือบเต็มพื้นที่ ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ด่านในที่ติดลำเชียงไกรท่วมหนักมาก ถนนถูกน้ำท่วมยาวหลายกิโล และส่งผลกระทบข้าวที่กำลังจะออกรวงหลายพันไร่ ในส่วนของตนก็ได้รับผลกระทบกบที่เลี้ยงจำนวน 1,000 กว่าตัวหลุดออกไปเกือบหมด รวมถึงเล่าไก่ก็เสียหาย ต้องอพยพไว้ใต้ถุนบ้านวุ่นไปหมด ต้นมะนาว และผักที่ปลูกไว้กินได้รับความเสียหาย

 

 

 

 


ด้านเส้นทางจากโรงเรียนด่านติงมาหมู่บ้านจัดอัด น้ำได้หลากท่วมถนนหลายจุด ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวัง บางจุดมีน้ำลึกมาก ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมก็มีเรื่องดีเหมือนกันประชาชนที่อยู่บริเวณก็ได้ออกมาหาปลามาทำเพื่ออาหารและแบ่งขายทำให้มีรายได้เพิ่มเช่นกัน

 

 


ที่หมู่บ้านโค้งกระพี้ ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมาด้านที่อยู่ติดโรงเรียนบ้านจัดอัดนั้นก็เจอน้ำท่วมอ่วมมาร่วมเดือนแล้ว ถนนที่เข้าไปน้ำท่วมตลอดเส้นทางยาว 100 กว่าเมตร ด้านปลายซอยน้ำท่วมอยู่ระดับหน้าอก มีบ้านที่ถูกน้ำท่วมกว่า 15 หลังคาเรือน

 

 

 


ด้านนายจรูญ ชะนะภักดิ์ สมาชิก อบต.จันอัด เปิดเผยว่า ที่หมู่บ้านจันอัด บางจุดน้ำทะลักเข้านาหลายวันแล้ว บางส่วนข้าวเริ่มออกเหลืองแล้ว ท่วมนานกว่านี้อาจเน่าเสียหาย และระดับน้ำน่าเป็นห่วงใกล้จะล้นฝั่งทะลักเขานาข้าวนับหมื่นไร่ นายจรูญ กล่าวต่อไปว่า ณ วันนี้ยังไม่รับความเสียหายมากหนัก แต่หากว่ามวลน้ำมามากกว่านี้ นาหมื่นกว่าเสียยับแน่ ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้าระวังและช่วยกันดูแลปิดคันดินกันน้ำล้นเข้านา และทำความสะอาดด้านหน้าประตูน้ำเอาพวกจอกแหนออก เพื่อให้น้ำไหลสะดวกขึ้น ยังวางใจไม่ได้นายจรูญกล่าวตบท้าย.

 


ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2563)" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 07 ตุลาคม 2563 ระบุว่า    

 

เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (7 ต.ค. 63) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจาก เมืองโฮจิมิน ประเทศเวียดนามทางตะวันออกประมาณ 470 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 11.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนาม ตอนใต้ในวันนี้ (วันที่ 7 ต.ค. 63) หลังจากนั้นจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนบนในวันที่ 8 ต.ค. 63 พายุนี้

 

    

 

จะมีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 7-9 ต.ค. 63 อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง      

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรงดการเดินเรือในช่วงวันที่ 7-10 ต.ค. 63 คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 7 ตุลาคม 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ 

 

 

วันที่ 8 ตุลาคม 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดมุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

 

หน้าแรก » ภูมิภาค