วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:43 น.

ภูมิภาค

แก่นมะกรูด@อุทัยธานี หนาวสุดกลางสยาม ดอกไม้งามกลางหุบเขา

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 00.10 น.

แก่นมะกรูด@อุทัยธานี หนาวสุดกลางสยาม ดอกไม้งามกลางหุบเขา

คงไม่มียุคไหนอีกแล้วที่คนไทยต้องพบกับความเครียด เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ยิ่งใกล้ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ยิ่งอาการหนัก ทั้งจากปัญหา ฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 ที่กลับมา ฝุ้งกระจายครอบคลุมมหานคร หนาถึงขนาดบดบังแสงอาทิตย์ให้มืดมิดดุจกลางคืน  !!

มหันตภัยที่มาพร้อมกันก็คือ เชื้อนรก”โควิด-19” หลังจากที่ค่อย เบาบางลงไป อยู่ๆก็กลับมาระบาดอีก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือ ซึ่งกำลังฟื้นตัวดีขึ้นหลังเผชิญวิกฤติโควิดตั้งแต่ต้นปี 2563 ได้ปัจจัยหนุนจากบรรยากาศการท่องเที่ยวเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน นักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น แต่ยอดจองที่พักโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย กลับต้องสะดุดยาว เพราะนักท่องเที่ยวกังวลว่าอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดรอบ 2 ในประเทศ

แต่ขอให้มั่นใจได้เลยว่า ประเทศไทย ยังมีสถานที่น่าท่องเที่ยว อีกมากมาย หลายแห่ง ยืนยันได้ว่า ปลอดภัย จาก”โควิด-19” แน่นอน ใครที่ไม่ชอบเดินทางไกล ก็เลือกเอาจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ จังหวัดอุทัยธานี นั่นเอง 

อุทัยธานี เมืองสงบริมสายน้ำสะแกกรัง เรียกได้ว่าเป็นอีกจังหวัดที่มากล้นด้วยเสน่ห์ สามารถพบกับความเรียบง่ายและวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งธรรมชาติที่สวยงามสุด Unseen ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เพียง230 กิโลเมตร ทำให้สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวอุทัยธานีได้แบบสะดวกสบาย มีจุดแวะเที่ยว แวะกินในแต่ละอำเภอหลายจุด ลองมาปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง มารับอากาศบริสุทธิ์ที่เมืองเล็กๆ แต่มากไปด้วยความงดงามและมิตรไมตรีแห่งนี้

ทริปนี้ เข้าสู่ช่วงปลายฝน ต้นหนาว ขอแนะนำให้ไปสัมฝัสกับความบริสุทธิ์ของอากาศและธรรมชาติ ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไร้มลพิษอย่างสิ้นเชิง อำเภอบ้านไร่ อยู่ห่างจากอ.เมืองอุทัยธานี 90 กิโล แต่ถ้าหากมาทาง อ.ด่านช้าง สุพรรณบุรี จะใกล้กว่า บนถนนสายใหม่ที่ราบเรียบ ข้างทางเขียวขจีไปด้วยหมู่แมกไม้ ร่มรื่น 

สถานที่แห่งแรกที่ ต้องแวะก่อนเลย คือ ชุมชนแก่นมะกรูด เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอบ้านไร่ มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ในหุบเขาบนความสูง จากน้ำระดับทะเลประมาณ 700 เมตร ที่นี่ว่ากันว่า เป็นดังเมืองสวรรค์คุณสามารถ “หยิบหมอก หยอกดอกไม้ สัมผัสธรรมชาติได้เต็มที่ เป็นเสมือนแลนด์มาร์ค ของที่นี่เลยเชียว

อากาศบริสุทธิ์ อุณหภูมิ 14 องศาเซลเซียส ท่านจะสดชื่น เย็นสบาย สูดลมหายใจเข้าไปให้เต็มปอด ใครเป็นภูมิแพ้ รีบมากางเต็นท์นอนโดยไว  มาเดินเล่นชมทุ่งดอกลิลลี่ กับเหล่าดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่งละลานตา  พร้อมเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์พืช ฝัก หลากหลายที่ชาวบ้านนำมาขาย    ถ่ายรูปเสร็จแวะนั่งชิลดื่มกาแฟ สูตรเด็ดของที่นี่คือ “แกนมากรูโด้” รสชาติกาแฟ ปนรสเปรี้ยวของมะกรูด แปลกไปอย่าง  

จากนั้นแวะไปที่ชม วัดเขาถ้ำประทุน ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ ต.ทัพหลวง ไปชมความอลังการงานสร้างของวัดนี้คือ การนำรากไม้ และตอไม้ ขนาดใหญ่ยักษ์มาสร้างเป็นโบสถ์ มูลค่า 100 กว่าล้าน   แต่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยจะมีงานบุญพิธียกช่อฝ้า และบวชเนกะขัมมะ ปฏิบัติกรรมฐาน วันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2564 ทางพระอธิการ บุญยืน ปริชาโน เจ้าอาวาส กับดร.จักรกฤช ศีลาเจริญ  นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ(จังหวัดอุทัยธานี) และประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอุทัยธานี ฝากบอกบุญมา ใครไม่เคยเห็นต้นตะเคียนยักษ์  รีบมาชม และขอโชคลาภกันได้ ท่านที่อยากจจะร่วมทำบุญบริจาคปัจจัยสร้างวัด ติดต่อไปที่หมายเลข 092-496-8256 กับ 089-541-5569

ท่านที่ต้องการพักค้างคืนที่นี่ มีที่พักหลายแห่งให้เลือก อยากนอนติดเขา บรรยากาศในป่าก็ต้องไปที่ห้วยป่าปก รีสอร์ท ช่วงนี้ลดราคา อาหารถูกปาก ห้องพักดี จากนั้นขอแนะนำให้แวะไปเดินชิลๆที ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่ บ้านเฮา ตลาดนัดวันหยุด ตั้งอยู่บนพื้นราบด้านล่างแก่นมะกรูดเป็นตลาดที่ ให้ชาวบ้านมาขายสินค้า อาหารปลอดสารพิษ อาหารปลอดภัย อาหารที่ดีต่อร่างกาย และสินค้าที่ผลิตในชุมชน

อีกแห่งก็คือ ตลาดไนท์มองแลง เป็นภาษาพื้นบ้าน แปลว่าตลาดยามค่ำเป็นตลาดชุมชนที่ตั้งอยู่ในวัดของ อ.บ้านไร่ ที่นี่เขามีศิลปะวัฒนธรรมของชุมชนแสดงให้ชมด้วย ใครที่ไม่เคยกินหนูนาอบโอ่ง ก็มาลองชิมได้ที่นี่เพียงแห่งเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนกลับแวะไปดู ต้นไม้ยักษ์หรือ “ต้นเซียง”ใหญ่ขนาด40คนโอบ บางทีก็เรียก”ต้น ผึ้ง”อายุราว 300 ปี ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านสะนำ ในพื้นที่ป่าหมากขนาด 1 ไร่ 1 งาน เป็นหมู่บ้านชาวลาวเวียง ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อหลายร้อยปีก่อน บริเวณทางเข้าหมู่บ้านจะมีป้ายบอกทางให้ไปชม “ต้นไม้ยักษ์” อย่างชัดเจน เมื่อลัดเลาะเข้าไปด้านในมีพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถ และเดินเข้าไปอีกหน่อยผ่านร้านค้าขายของพื้นบ้านไปไม่ไกล ก็จะพบกับป่าหมากนับพันต้น เหมือนกำลังเดินเข้าสู่ป่าดงดิบ ที่นี่ถือเป็น UNSEEN ของอำเภอบ้านไร่เลยก็ว่าได้

ขอเรียนว่า ยังมีอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ไปแวะเยือน เช่นกลุ่มทอฝ้าพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของบ้านไร่ อุทัยธานี  เช่น กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาตาโพ บ้านผาทั่ง  กลุ่มบ้านลาวครั่ง เป็นต้น ขอยกยอดไว้ในโอกาสต่อไป

นักท่องเที่ยว ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุทัยธานี้ ติดต่อได้ที่ น.ส.สุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดอุทัยธานี 28/5 ถ.รักการดี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี61000โทรศัพท์.056514651-2 หรือ http://www.tourismthailand.org/uthaithani  พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

หน้าแรก » ภูมิภาค