วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 13:30 น.

ภูมิภาค

อช.แก่งกระจานเตือนกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอยห้ามรุกป่า

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 08.44 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี พร้อมด้วย นายมานะ เพิ่มพูล หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อชี้แจงชาวกะเหรี่ยงในชุมชนกว่า100 คน ที่ศาลาประชุม ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านโป่งลึก-บางกลอย ม.2 ต.ห้วยแม่เพรียงอ.แก่งกระจาน โดยนายพิชัย กล่าวว่าที่ผ่านมา ทางกรมอุทยานฯได้จัดสรรที่ดินอยู่อาศัยทำกินให้กับผู้ที่อยู่ดั้งเดิมให้ไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนที่ได้รับการจัดสรรที่ดินสามารถอยู่ทำกินได้ตลอดไปชั่วลูกหลาน แต่ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นได้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการประกอบอาชีพต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดการกินดีอยู่ดี โดยที่ผ่านมาก็มีหลายโครงการรวมทั้งโครงการปิดทองหลังพระ และหากมีความเดือดร้อนในเรื่องใดก็ให้ประสานแจ้ง จนท.อุทยานฯเพื่อหาทางแก้ไขช่วยเหลือต่อไป จะเห็นได้ว่าเราให้ความเสมอภาคต่อทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใด โดยขณะนี้มีลูกหลานของชาวบ้านในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯรวม 41 คน รวมทั้งมี 2 รายที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการ จึงเห็นได้ว่าไม่มีการเลือกเขาเลือกเรา ส่งเสริมทุกคนในทุกสาขาอาชีพ

 

 


นายมานะ กล่าวว่าในหลายเรื่องหลายโครงการ ทางอุทยานฯพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการให้มาตลอดดังที่ประจักษ์ ถนนหนทาง ช่วงขึ้นเขาลงเขา สร้างสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำเพชร รวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ก็ได้ส่งเสริมมาตลอด และเรื่องไปโซล่าเซล ก็ได้ดำเนินการให้กับทุกบ้านทุกครัวเรือน เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ ในวันนี้หากบ้านใครยังตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เร่งติดตั้งโซล่าเซลให้จนครบทุกครัวเรือน ขณะนี้ทราบว่ามีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหลายสิบคนเข้าไปในป่าด้านเหนือบ้านบางกลอยบน ใกล้บ้านใจแผ่นดิน จากการบินตรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีร่องรอยการบุกรุกแผ้วถางหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบในข้อเท็จจริง จึงอยากให้บรรดาญาติๆของบุคคลที่เข้าไปในป่าได้ช่วยติดตามให้กลับออกมาจากป่าโดยเร็ว

 

 


ด้านนายดำ วาบุ อายุ 50 ปี ชาวกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย เล่าว่าได้เข้าไปที่ดังกล่าวเพื่อเก็บผลหมาก และจับปลาโดยค้างในป่า 1 คืน รุ่งเช้าก็เดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน โดยปฎิเสธว่าไม่ได้บุกรุกแผ้วถางป่า แต่ยอมรับว่ามีบางคนที่กระทำผิด เนื่องจากที่ทำกินไม่เพียงพอ อีกทั้งบริเวณพื้นที่ใจแผ่นดิน ก็เป็นพื้นที่อยู่ทำกินดั้งเดิม ปลูกพืชผักผลไม้ไว้มากมาย จึงมีชาวบ้านขึ้นไปเก็บผลผลิตดังกล่าว

 


ส่วนนายโบลาลา มีมิ อายุ 28 ปี ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และเป็นหลานของปู่โคอี้ มีมิ ผู้นำแห่งจิตวิญญาณหมู่บ้านบางกลอยที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว เปิดเผยว่ายินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา บรรจุเป็นข้าราชการประจำ ตนทำงานมารวม10 ปี รักป่ายิ่งชีวิตไม่อยากให้ใครทำลายป่า ก็ได้บอกให้ญาติพี่น้องอย่าบุกรุกทำลายป่า เพราะป่าเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตทั้งคนและสัตว์ป่า